อันจิ่วกดปุ่มลิฟต์ มุ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรม
ทั้งตึกถูกฝ่ายจัดการแข่งขันเช่าไว้แล้ว พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ฟังคำขอของเธอจบก็ไม่ได้ซักถามอะไรมาก พาเธอไปที่ครัวหลังห้องอาหารทันที
พออธิบายจุดประสงค์เสร็จ หัวหน้าครัวก็โบกมืออย่างใจกว้าง เปิดพื้นที่ทำอาหารให้เธอหนึ่งมุม
ครัวหลังของโรงแรมมีอุปกรณ์ครบครัน วัตถุดิบก็มีพร้อมสรรพ
อันจิ่วพับแขนเสื้อขึ้น แล้วเริ่มเตรียมของตามขั้นตอนที่จำได้
เธอตั้งใจจะต้มโจ๊กบำรุงกระเพาะสักหม้อให้เฉวียนเจิง
เธอล้างข้าวฟ่างให้สะอาดก่อน จากนั้นเติมน้ำในหม้อดินเผาในปริมาณพอเหมาะ รอจนน้ำเดือดแล้วค่อยเทข้าวฟ่างที่ล้างไว้ลงไป
ต่อจากนั้นเธอก็หยิบฟักทองออกมาชิ้นหนึ่ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโยนลงหม้อต้มไปพร้อมกัน
เธอใช้หลังช้อนคนเบา ๆ ป้องกันไม่ให้ติดก้นหม้อ พลางใส่น้ำตาลกรวดลงไปสองสามก้อน โจ๊กข้าวฟ่างฟักทองของเธอก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์
เสียง “บุ๋ง ๆ” ดังขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นหอมหวานของข้าวค่อย ๆ ลอยอบอวลไปในอากาศ อันจิ่วปรับเป็นไฟอ่อนแล้วปิดฝาหม้อ
ถ้าอยากครองใจใครสักคน ก็ต้องครองกระเพาะเขาให้ได้ก่อน ประโยคนี้เชยจนฝุ่นจับ ราวกับคำคมความรักจากศตวรรษที่แล้ว
แต่จะมีใครปฏิเสธได้จริง ๆ ล่ะ
ตอนปวดท้องจนตัวงอ ยังมีคนลงมือต้มโจ๊กอุ่น ๆ ให้คุณด้วยตัวเองสักชาม
……
โรคกระเพาะของเฉวียนเจิงเป็นอาการเรื้อรัง อาชีพนักกีฬาอีสปอร์ตทำให้เวลาชีวิตของเขากลับด้านเป็นทุนเดิม แถมยังกินอาหารไม่เป็นเวลาอย่างหนัก
ตอนหลี่อันจิ่วยังอยู่ เธอคอยเตือนให้เขากินข้าวตรงเวลา อาการจึงกำเริบน้อย
จะมีก็แค่ตอนเดินทางไปแข่งต่างประเทศโดยที่เธอไม่ได้ตามไปด้วยเท่านั้น ถึงจะกำเริบขึ้นมาบ้างเป็นครั้งคราว
