หลังจากพูดประโยคนั้นออกไปว่า “ไปคุยกันเอง” สิ่งที่ตามมาก็คือการที่เฉวียนเจิงขังตัวเองอยู่ในห้องพักโรงแรมติดกันสามวัน ไม่ก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
หลู่หางเห็นทุกอย่าง อยากพูดก็พูดไม่ออก
จนกระทั่งเขาไม่พูดอะไรสักคำ แค่ปิดประตูเดินออกไป เฉวียนเจิงถึงได้คิดว่า จริงด้วย ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
สภาพของเขาแย่ลงจริง ๆ ตอนนี้ยังไม่กระทบการแข่งขัน ก็ไม่ได้แปลว่าต่อไปจะไม่กระทบ
ถ้าไม่ยอมเปิดอกคุยกัน ใจก็มีแต่จะยิ่งอึดอัด
แต่จะเปิดอกคุยเรื่องอะไร แล้วเขากำลังอึดอัดเรื่องอะไรกันแน่?
เฉวียนเจิงเองก็อธิบายไม่ถูก
ตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา เขาไม่ได้ไม่สนใจข่าวของเธอเลย เพียงแต่ข่าวพวกนั้นไม่เคยรบกวนจิตใจเขา
เขาสงบลงมากแล้ว คบกันมาสามปี ทะเลาะกันเป็นพันครั้ง ต่อให้เป็นความทรงจำที่ดีแค่ไหนก็ยังถูกใช้จนหมดได้
แต่ไม่รู้ทำไมช่วงหลายวันนี้ ภาพอันจิ่วที่ดวงตาแดงก่ำ รวมถึงคำพูดที่เธอพูดกับซิลเวอร์ กลับวนเวียนอยู่ในหัวอย่างดื้อดึง ทำเอาเขาหงุดหงิดใจจนสับสนไปหมด
ช่างมันก่อน เฉวียนเจิงถอนหายใจ หาเธอให้เจอแล้วค่อยว่ากัน
พอตัดสินใจจะไปหาเธอ เขากลับพบอย่างกระอักกระอ่วนว่าตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอพักอยู่ห้องไหน
หลังเดินวนอยู่ในทางเดินโรงแรมอยู่นาน ท้ายที่สุดเท้าก็พาเขามุ่งหน้าไปยังห้องฝึกชั่วคราวของทีมแซดเอ็กซ์ซีอย่างควบคุมไม่ได้
เขากดกริ่ง และมีคนมาเปิดประตูจริง ๆ ด้วย
ซิลเวอร์เปิดประตู พอเห็นว่าเป็นเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะทักทายอย่างเกร็ง ๆ “เทพเฉวียน”
“ยินดีด้วยที่ผ่านเข้ารอบ” เฉวียนเจิงพยักหน้า
