อันจิ่วถือแก้วใบหนึ่งอยู่ในมือ พอเห็นว่าเป็นเขาจริง ๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นก็ฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย
ตอนนี้พัค วอนอูมีความรู้สึกซับซ้อนจนยากจะบรรยาย คำพูดนับพันนับหมื่นอัดแน่นอยู่ในลำคอ สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงคำถามเสียงแหบพร่าประโยคเดียว “ตอนนี้เธอดื่มอะไรอยู่?”
อันจิ่วก้มมองแก้วในมือตามสัญชาตญาณ ก่อนตอบอย่างเหม่อ ๆ ว่า “น้ำไง”
“น้ำ ไม่ใช่เหล้าเหรอ?” พัค วอนอูถามย้ำ
“อือ” อันจิ่วพยักหน้าแล้วตอบอย่างสมเหตุสมผล “ก็รับปากพี่ไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ดื่มเหล้าอีก?”
พัค วอนอูจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ยื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้ น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ตามฉันมา”
ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ เขาจูงเธอขึ้นบันไดไปยังดาดฟ้า
อันจิ่วมองข้อมือตัวเองตรงที่ถูกจับไว้ บางทีเขาอาจกลัวว่าจะทำเธอเจ็บ ถึงอย่างนั้นพัค วอนอูก็ไม่ได้ออกแรงมากนัก
อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว อีกทั้งยังไม่ถึงกลางคืน บนลานกลางแจ้งจึงไม่มีใครสักคน มีเพียงป้ายเลเซอร์ของบาร์หลายแห่งในละแวกนั้นที่กะพริบแสงอยู่
พัค วอนอูปล่อยมือ แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอ
คิ้วของเขาขมวดแน่น อกกระเพื่อมขึ้นลงเบา ๆ เห็นได้ชัดว่ายังหลุดจากอารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างรุนแรงไม่ได้
อันจิ่วจ้องมองเขาเงียบ ๆ เขาเหมือนแมวจริง ๆ ยิ่งฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่ ทั้งลึกล้ำและงดงามเหลือเกิน
พัค วอนอูเห็นอันจิ่วเอาแต่จ้องตาเขา ไม่ยอมพูดอะไร จึงคิดว่าเธอคงตกใจเพราะเขา คำขอโทษเกือบหลุดออกจากปาก
แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปาก เขาก็กลืนมันกลับลงไป คิดยังไงคนที่น้อยใจกว่าก็น่าจะเป็นเขาไม่ใช่เหรอ?
