หลังเลิกเรียน ทั้งสองคนยังยืนอยู่ในห้องเรียนวิชาการแสดง ไม่ยอมกลับ
อาจารย์นึกว่าพวกเขาจะซ้อมต่อ ตอนช่วยปิดประตูยังรู้สึกปลื้มใจอยู่ไม่น้อย แต่ไม่รู้เลยว่าหลังประตูปิดลง ศิษย์ทั้งสองของเขาเงียบกันไปนานแค่ไหน
เข้าฤดูหนาวแล้ว เมฆหนาทึบปกคลุมทั่วท้องฟ้าจนมืดครึ้ม สีเทาขาวหม่นหมอง กดดันจนคนแทบหายใจไม่ออก
จริง ๆ แล้วอันจิ่วรู้สึกขำอยู่บ้าง ทั้งที่ระหว่างพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเลย แต่กลับทำท่าราวกับกำลังเปิดอกคุยกันหลังเลิกรา
“พูดมาเถอะ” เธอกระแอมเบา ๆ เป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
“...ใส่เสื้อก่อนเถอะ” ถังอีโยวเดินไปหยิบเสื้อขนเป็ดที่เธอพับวางไว้บนพื้น แล้วยื่นให้
แต่อันจิ่วกลับไม่ยอมสวม เพียงยิ้มให้เขาอีกครั้ง
รอยยิ้มนั้นตัดทางถอยของเขาจนหมด ถังอีโยวสูดหายใจเข้า รอยยิ้มเริ่มฝืนค้างอยู่บนใบหน้า “ฉัน...ตั้งใจตีตัวออกห่างจากเธอจริง ๆ”
พอสิ้นเสียง มุมปากที่ยกขึ้นของอันจิ่วก็ลดลงไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยกกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ถังอีโยวพูดออกไปแล้ว แต่ไม่ได้รู้สึกโล่งใจเลย กลับเจ็บแปลบขึ้นมากลางอก
เขาจึงอดเสริมเหตุผลไม่ได้ “ฉันมีแฟนคลับเยอะ ถ้าเราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ มันไม่ดีกับเธอ”
ฟังดูราวกับเขาทำไปเพราะหวังดีกับเธอ ที่จริงเขาพูดคำโหดร้ายไม่ออก เพราะรู้ว่าถ้าพูดไป เธอจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ถังอีโยวก้มตาลง ไม่กล้าสบตาเธอ รู้สึกสมเพชตัวเอง
ไม่กล้าพูดความจริง ไม่กล้าพูดคำแรง ๆ เป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียงตกร่องไปเสียยังดีกว่า
แต่อันจิ่วกลับจงใจบังคับให้เขามองเธอ เธอก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ระยะห่างที่หดลงฉับพลันบีบให้เขาต้องเงยหน้าขึ้น
“งั้นเธอก็ไม่คิดจะถามฉันเลยหรือว่าฉันยินดีรับผลเสียพวกนั้นไหม แต่กลับตัดสินใจแทนฉันไปเอง?” พูดจบ เธอกลับก้มหน้าลงเสียเอง
