ชิวเจ๋อซิงไม่ใช่คนที่จำหน้าคนเก่ง พูดง่าย ๆ คือเขาค่อนข้างหน้าบอด
นอกจากคนในวงการนี้กับครอบครัวแล้ว คนที่เขาจำได้ล้วนเป็นพวกที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันอย่างหนัก
อย่างครูประจำชั้นสมัยมัธยมปลายปีหนึ่งที่ชี้หน้าเขาแล้วพูดว่า “ชีวิตนายฉันมองปราดเดียวก็เห็นจนสุดทาง” หรือเด็กทดลองฝีมือที่ยืมเงินค่าครองชีพเดือนนั้นจากเขาตอนอยู่ทีมเยาวชนแล้วจนป่านนี้ก็ยังไม่คืน
ส่วนผู้หญิงคนนี้ แม้เรื่องที่ก่อจะไม่เลวร้ายเท่าสองกรณีข้างต้น แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไร
เขาก้มมองลง นึกถึงเรื่องเมื่อปีก่อน สีหน้าก็พลันบูดบึ้ง
‘ผู้พิชิตไร้เทียมทาน’ เป็นช่วงเวลามืดมนที่สุดในชีวิตเขาจริง ๆ รู้อย่างนี้ไม่ทำตัวเก๊กแบบนั้นก็ดี ทำเอาดูเหมือนคนโง่ชะมัด คืนนั้นเขาโมโหจนเอาหมอนมาแทนอิฐ โขกหัวทำร้ายตัวเองไปสิบกว่าครั้ง
เสี่ยวปู้ มิดเลน กำลังกินบะหมี่อยู่ เขาตั้งใจคีบเส้นขึ้นมาหนึ่งเส้นแล้วถามว่า “โมโม ให้พี่ช่วยหาที่แขวนคอไหม?”
“ไสหัวไป!” ชิวเจ๋อซิงขี้เกียจจะสนใจ
ในฐานะนักกีฬาอีสปอร์ตคนหนึ่ง ผมมีภูมิคุ้มกันต่อมุกล้อเลียนพวกนี้ไปนานแล้ว ขอแค่ยังแข่งต่อได้ ผมก็อยู่ในสภาวะกึ่งเทพกึ่งผี จะเอาผมไปทำมุกต่อก็ไม่เห็นเป็นไร
เอาผมไปทำมุกก็ไม่เห็นเป็นไร
ชิวเจ๋อซิงปลอบใจตัวเองอยู่นาน ก่อนจะเตรียมเลื่อนดูติ๊กต็อกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
แต่พอเปิดขึ้นมา ก็เจอคลิปแนะนำของผู้หญิงคนนั้นทันที
ชิวเจ๋อซิงไม่เคยสนใจคนดังในเน็ตพวกนี้อยู่แล้ว สวยแค่ไหนก็มีสองตากับจมูกหนึ่งอันเหมือนกันแท้ ๆ ทั้งที่ปกติกดว่าไม่สนใจไปแล้วแท้ ๆ ไม่รู้ติ๊กต็อกเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีก
เขากำลังจะกดค้างเพื่อซ่อนคลิป สายตาก็เหลือบลงไปเห็นข้อความประกอบ
มือชะงัก ยกเลิกการกด แล้วเลื่อนเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์
บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตาม 250,000 คน
บล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตาม 250,000 คน!
บ้านเกิดเขามีประชากรแค่แสนคน ผู้ติดตาม 250,000 คนนี่มันขนาดไหนกัน ถ้าผู้ติดตามของเธอพากันมาที่บ้านเกิดเขาแล้วกระซิบเรื่องเขาข้างหูชาวบ้าน หูสองข้างของทุกคนคงไม่พอแบ่งกันฟัง!
