*
【ในส่วนนี้มีคำเตือนสปอยล์สองข้อ ต้องอ่านนะ ได้โปรด ถ้ารับไม่ได้สักข้อก็อย่าฝืนตัวเอง ถ้ามีวาสนาค่อยเจอกันเล่มหน้า】
【สามโลกแรกเป็นต้นฉบับที่เขียนสั้นเกินไป ถ้ารู้สึกว่าเนื้อเรื่องดำเนินเร็วไปจริง ๆ หลังจากเข้าใจการตั้งค่าแล้ว ข้ามไปอ่านโลกที่สี่หรือห้าได้เลย ให้โอกาสฉันหน่อย ถ้าคิดว่าไม่เลวค่อยกลับมาอ่านโลกแรก ๆ ป.ล. โลกที่สองก็มีรีวิวดี ๆ เยอะเหมือนกัน】
-
“โอ้ ถ้าพูดถึงรักครั้งแรก——”
คนในจอทีวีลากเสียงยาว อันจิ่วฉวยโอกาสนี้มองสำรวจหน้าตาของเขาอย่างลวก ๆ
เขาหล่อมาก หน้าตาคมคายได้สัดส่วน
แต่ที่ดึงดูดสายตาที่สุดก็คือดวงตาคู่นั้น หัวตากลมมน แต่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย โครงร่างเป็นดวงตาแมวที่สมบูรณ์แบบ
แถมตอนพูดแบบนี้มุมปากก็ยกยิ้ม ทำให้ดูยิ่งเหมือนแมวเจ้าเล่ห์
ไม่แปลกใจเลยที่แฟนคลับปั้นเขาเป็นแมว
คำพูดของเขาเพิ่งจบลง รอบข้างก็ระเบิดความวุ่นวายทันที
เพื่อนร่วมวงที่อยู่รอบ ๆ ส่งเสียงอึกทึกครึกโครม
“อะไรนะ พี่วอนอูหยุดแบบนี้ มีเรื่องเล่าเหรอ?”
“ว้าว อยากรู้มากเลย พี่รีบพูดเถอะ”
หนุ่มแมวที่ถูกเรียกว่าวอนอูยิ้ม ไม่ได้ปล่อยให้รอเก้อต่อ “ตอนเด็ก ๆ ผมมีเพื่อนผู้หญิงที่เล่นด้วยกันแล้วสนิทมากคนหนึ่ง ผมชอบเธอมาก”
เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วแบมือ “แต่ตอนจะขึ้นป.สาม ก่อนที่ผมจะสารภาพรัก เธอย้ายบ้านไปก่อน”
“อะไรนะ พัค วอนอู!” หนุ่มผมชมพูที่นั่งใกล้ที่สุดกระโดดขึ้นมาแซวทันที “เรื่องสมัยประถมจะเรียกว่ารักครั้งแรกได้ไง ขนาดคบกันยังไม่เคยเลยนะ!”
“โอ้ รักครั้งแรกที่จบลงอย่างเงียบงันแบบนี้” หนุ่มผมหยิกข้าง ๆ กลับทำท่าเอามือทาบอก
พัค วอนอูชี้ไปที่หนุ่มผมหยิก แล้วหันไปหาหนุ่มผมชมพู “มิคกี้ นายต้องเรียนรู้ที่จะมีความเห็นอกเห็นใจเหมือนฮยองมุนนะ!”
หนุ่มผมชมพูเบ้ปาก โวยวายว่าเรื่องนี้ไม่นับ พัค วอนอูก็ยังต้องถูกลงโทษอยู่ดี แล้วหันไปบ่นต่อกับเพื่อนร่วมวงที่เหลือ
ส่วนหนุ่มทาบอกฮยองมุนก็ถามต่อ “หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยเหรอ?”
พัค วอนอูส่ายหน้า “ตอนนั้นเด็กมาก ไม่ได้ทิ้งข้อมูลติดต่ออะไรไว้เลย”
เกือบจะทันทีที่เขาพูดจบ หน้าจอก็มีตัวอักษรน่ารักผุดขึ้นมาอย่างเหมาะเจาะ:
「แต่พวกเราวอนอูจะไม่มีวันขาดการติดต่อกับซันทั้งหลายแน่นอน! (หัวใจ)」
ชื่อแฟนคลับของวงนี้คือซันเหรอ?
ความหมายของชื่อดีเลยนะ แต่เวลาที่แฟนคลับไทยตีกัน คงหนีไม่พ้นที่จะถูกอีกฝั่งเรียกว่า “ซัน” (ลูก) หรืออะไรทำนองนั้น
อันจิ่วรู้สึกว่าสภาพจิตใจของตัวเองดีเกินกว่าที่คิด
หลังจากเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติแบบนี้ ตัวเองก็ยังใจเย็นดูรายการวาไรตี้ของวงที่พัค วอนอู เป้าหมายที่ต้องพิชิตอยู่ได้จบหนึ่งตอน และยังบ่นได้อีก
ใช่แล้ว เป้าหมายที่ต้องพิชิต
อันจิ่วต้องพิชิตผู้ชายที่มีดวงตาแมวในทีวีคนนี้ ทำให้เขาตกหลุมรักและยืนยันความสัมพันธ์ฉันคนรัก
และตัวตนของเธอในตอนนี้ ก็คือ “เพื่อนสมัยเด็กที่ห่างหายไปนาน” ในปากของพัค วอนอูนั่นเอง
ทั้งที่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เธอเป็นแค่นักศึกษาหญิงธรรมดาคนหนึ่งที่นอนเล่น Douban ในหอพักมหาวิทยาลัย
แค่เปิดกระทู้สนทนาในกลุ่มบันเทิง: 【ถ้าวันหนึ่งคุณได้เป็นแฟนของไอดอล คุณจะทำยังไง?】 แล้วก็วางมุกที่เพิ่งก๊อบปี้ลงไป
วินาทีต่อมา ก็ถูกเลือกร่างทรงโดยก้อนแสงที่เรียกตัวเองว่า “ระบบพี่สะใภ้”
【ในบรรดากระทู้ตอบกลับมากมาย มีแค่คุณที่บอกว่าพอเป็นพี่สะใภ้ปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือการลืมตัว】
ระบบพูดอย่างลึกซึ้ง: 【นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ】
สวรรค์รู้ดี อันจิ่วไม่ได้ดูให้ดีเลยก่อนวาง แค่วางลงไปก็ไม่ได้สังเกตว่าในกระทู้นั้นเต็มไปด้วยความจริงใจเต็มหน้ากระดาน
ตั้งแต่การอยากจูบที่หอคอยนัมซาน ไปจนถึงการป้อนเค้กปลาให้กันที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงฤดูหนาวที่ยื่นมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา ทุกข้อล้วนเป็นความจริงใจของสาว ๆ
“จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้อยากเป็นพี่สะใภ้ขนาดนั้น” อันจิ่วฉีกยิ้มสุภาพใส่ลูกบอลเรืองแสงตรงหน้า “นั่นมันแค่มุกในโลกของพวกเรา”
อันจิ่วพูดความจริง ตอนนี้เธอไม่มีอคติหลัก อยู่ในสถานะร่อนเร่พเนจรไปทั่วทุกสารทิศ
ขอแค่หน้าตาหล่อเหลา เธอก็สามารถรักผู้ชายคนไหนก็ได้แบบตื้น ๆ เวลาพูดเล่นก็เคยตะโกนเรียกหลายคนว่า “สามี” แต่ที่จริงใจจริง ๆ ไม่มีเลยสักคน
【คุณเข้าใจผิดแล้ว ถึงแม้ฉันต้องการให้คุณเป็นพี่สะใภ้ แต่การให้คุณเป็นพี่สะใภ้ไม่ใช่จุดประสงค์ของฉัน…】
อันจิ่วคิดในใจ นี่แกฟังที่ตัวเองพูดดูสิ มันใช่ภาษาคนไหม?
หลังจากฟังคำอธิบาย อันจิ่วก็เข้าใจในที่สุด ระบบนี้มีความมุ่งร้ายอย่างลึกซึ้งต่อผู้ชายทุกคนที่หาเงินจากความจริงใจของสาว ๆ แต่สุดท้ายกลับทรยศ
ดังนั้นมันจึงต้องการเลือกใครสักคนให้เข้าใกล้ผู้ชายที่ถูกจับตามองอย่างสูง พิชิตพวกเขา แล้วทำให้พวกเขาตกหลุมรักนาง
ก็เหมือนกับการทดสอบที่ออกแบบมาอย่างปราณีตเกี่ยวกับความจริงใจ เมื่อผู้พิชิตทำสำเร็จ ระบบก็จะถือว่าตัวเองได้เปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายพวกนี้
“นี่มันก็การจับผิดแบบล่อซื้อนี่” อันจิ่วสงสัย
【ถ้าเขามีจรรยาบรรณในอาชีพและความตระหนักรู้มากพอ ต่อให้เหยื่อหอมแค่ไหน เขาก็ไม่ติดกับ】
ระบบหัวเราะเย็น: 【คนที่จะติดกับได้ก็คือคนที่ยังไม่มีความตระหนักรู้นี่แหละ】
“แต่นี่จะทำให้คนมากมายเสียใจนะ” อันจิ่วยังรู้สึกว่ามนุษย์นั้นทดสอบกันไม่ได้
【ถ้าคุณตกลง ในอนาคตตัวตนที่ฉันจัดให้คุณ จะเป็นคนที่อยู่รอบ ๆ เป้าหมายที่สามารถเข้าถึงได้】
【เช่น เพื่อนสนิท พนักงาน แฟนเก่า คนที่ไปงานแจกลายเซ็น อะไรประมาณนั้น…】
ระบบพูดว่า: 【ดังนั้นการที่คุณพิชิตได้สำเร็จ ก็หมายความว่าคนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน】
【นี่ก็แค่ช่วยพวกเขาคัดกรองภัยออกไปก่อน ก็ยังดีกว่าหลังจากที่พวกเขาทุ่มเททุกอย่างแล้ว ถึงมาเจอว่าไอดอลที่ชอบมันพังจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ?】
ฟังดูก็มีเหตุผลอยู่หรอกนะ แต่อันจิ่วยังอยากปฏิเสธ
ถึงแม้ในฐานะนักเรียนการแสดง นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการ “ฝึกซ้อมจริง” แต่พอเกี่ยวข้องกับเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ก็รู้สึกว่ามันยุ่งยากเป็นพิเศษ
【รายได้ที่พวกเขาสูญเสียไปจากการเปิดเผยความสัมพันธ์กับคุณ หลังจากที่ระบบคำนวณแล้ว จะถูกแปลงเป็นเงินสดในอัตราส่วนร้อยละห้าสิบ โอนเข้าบัญชีธนาคารจริงของคุณ】
ระบบเหมือนจะมองออกถึงความลังเลของเธอ โยนไม้ตายออกมา: 【ต่อให้เป็นศิลปินชายที่ดังน้อยแค่ไหน ก็คงหาเงินได้มากกว่าคุณล่ะมั้ง?】
เฮ้อ อันจิ่วถอนหายใจในใจ
เธอคิดอะไรอยู่เมื่อกี้นะ มนุษย์น่ะทดสอบกันไม่ได้จริง ๆ
“เริ่มงานเมื่อไหร่?” เธอเงยหน้าถามก้อนแสงทันที
เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก หลัก ๆ ก็แค่อยากท้าทายตัวเอง ฝึกฝนทักษะการแสดง
【ตอนนี้เลย】
“?”
【ติ๊ง—กำลังโหลดตัวตน กำลังโหลดจุดหมายปลายทางที่ต้องส่งไป โหลดเสร็จสมบูรณ์ เริ่มส่งตัว】
อันจิ่วลืมตาขึ้นอีกที ก็ปรากฏตัวบนโซฟาในอพาร์ทเมนท์รวมที่ดูเหมือนเป็นห้องเดี่ยวแห่งนี้
ตามข้อมูลที่ป้อนเข้าไปในสมอง เธอยังคงเป็นคนจีน แซ่ไป่ ชื่อเต็มว่าไป่ อันจิ่ว
ตอนเด็ก ๆ เพราะงานของพ่อแม่ต้องโยกย้าย จึงเคยใช้ชีวิตอยู่ที่เกาหลีจนถึงเก้าขวบ แล้วก็ย้ายกลับจีนเพราะพ่อแม่ถูกย้ายงานอีกครั้ง
ส่วนการมาโซลครั้งนี้ เป็นเพราะเธอสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยซองกยุนกวานได้สำเร็จ มาศึกษาต่อที่นี่
บนโต๊ะกาแฟหน้าโซฟามีหนังสือหลายเล่มวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
อันจิ่วยื่นมือดึงออกมาเล่มหนึ่ง เปิดดูสองสามหน้า ก็พบว่าตัวเองสามารถเข้าใจภาษาเกาหลีข้างในได้อย่างไม่มีอุปสรรค
ด้านขวาของแต่ละหน้ามีตัวอักษรดินสอที่ลายมือสวยอยู่ไม่กี่บรรทัด เป็นบันทึกที่เจ้าของร่างเดิม “ไป่ อันจิ่ว” จดไว้
มองเห็นลายมือนี้ ความคิดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในสมองของอันจิ่ว ตอนนี้เธอกำลังใช้ร่างกายของนางอยู่ แล้วตัวนางเองไปไหน?
【ตัวตนทุกตัวที่ถูกเลือกให้ผู้ใช้พิชิต เจ้าของร่างเดิมล้วนเป็นคนที่กำลังจะจากโลกนี้ไปเพราะอุบัติเหตุหรือโรคภัยในอีกไม่นาน ดังนั้นผู้ใช้พิชิตไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระทางศีลธรรมอะไร】
เสียงของระบบดังขึ้นในสมองของเธอ: 【และฉันก็ได้ทำข้อตกลงกับพวกนางทุกคนแล้ว การใช้ตัวตนเพื่อพิชิต ได้รับความยินยอมจากพวกนาง】
“งั้นหลังจากที่ฉันทำภารกิจสำเร็จ” อันจิ่วฉกฉวยประเด็นสำคัญถามต่อ “ร่างนี้จะยังตายตามชะตากรรมเดิมไหม?”
ระบบ: 【โดยทั่วไปจะตั้งค่าให้เหลือร่างก๊อบปี้ไว้ใช้ชีวิตต่อไปบนโลก】
หลังจากเงียบไปหลายวินาที มันก็พูดอีก: 【ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เพื่อการพิชิต ก็ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้】
【แต่ทางที่ดีอย่าทำเลย ฉันไม่อยากให้คุณตายในตอนที่พวกเขารักคุณที่สุด แบบนั้นก็เท่ากับให้โอกาสพวกเขาสร้างภาพลักษณ์คนรักที่ซื่อสัตย์ฟรี ๆ ไม่ใช่เหรอ?】
ถ้าไม่ได้เกลียดชังถึงขั้นของระบบนี้ ก็อย่าอ้างว่าตัวเองเป็นนักรบแห่งความเกลียดชังบริสุทธิ์เลย!
อันจิ่วลุกขึ้นจากโซฟา เดินไปทางห้องน้ำ