เฟิงลี่สิงเรียนบริหารธุรกิจ ส่วนหร่านซูเยว่เรียนออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
นอกจากวิชาบรรยายรวมแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่มีโอกาสเข้าเรียนด้วยกัน
เฟิงลี่สิงไม่ค่อยพอใจเรื่องนี้นัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
แต่ตอนที่หร่านซูเยว่กับเหยียนซิ่วซิ่ว จงอี่และคนอื่น ๆ ลงมาชั้นล่างเพื่อไปกินมื้อเช้า
หร่านซูเยว่เพิ่งหาวไปได้ครั้งหนึ่ง เฟิงลี่สิงก็เดินตรงเข้ามาหาเธอทันที
ตอนนี้เข้าสู่ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เฟิงลี่สิงผอมสูง สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงท่อนแขนอย่างสบาย ๆ เข้ากับกางเกงขายาวทรงตรงสีคากี ดูหล่อสะอาดตาและสง่างามเป็นพิเศษ
ผมยาวทรงวูล์ฟคัตถูกรวบครึ่งศีรษะ หน้าม้าตัดสั้นขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายลุ่มลึก
เขามีดวงตาดอกท้อที่ลึกล้ำ หางตายาว เมื่อมองคนอื่นมักดูห่างเหินเย็นชา แต่ยามมองหร่านซูเยว่กลับเปี่ยมด้วยความรักและจดจ่ออยู่กับเธอเพียงคนเดียว
นักศึกษาหญิงที่เดินผ่านต่างเหลียวหลังมองกันหลายครั้ง บางคนยังรวมกลุ่มกระซิบกระซาบ สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนเขินอาย
หร่านซูเยว่ดึงเสื้อวอร์มของตัวเองเบา ๆ แล้วก็จัดผมยาวตรงสีดำเรียบง่ายของตัวเองอีกที ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเม้มเป็นเส้นตรง
“ทำไมพี่มาแต่เช้าจังเลยคะ?”
เสียงของเธอแหบพร่าด้วยความงัวเงียที่ยังไม่หายดี ปะปนด้วยความยินดีเล็ก ๆ ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ทันสังเกต
เฟิงลี่สิงยกมุมปากขึ้นนิด ๆ โน้มตัวลง ก้มหน้าเข้าใกล้หร่านซูเยว่
จากนั้นก็งอนิ้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ
