เว่ยเหยากลับมาถึงห้องพักผ่อนอย่างร้อนรน ภาพที่เห็นคือหร่านซูเยว่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา
กระดุมสองสามเม็ดบนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออก บราเซียก็ห้อยอยู่ตรงหน้าอกอย่างหลวม ๆ เห็นได้ชัดว่าตะขอด้านหลังถูกปลดออกแล้ว
——ไม่มีแล้ว——
ทั้งที่เป็นภาพชวนวาบหวามถึงเพียงนี้ แต่สีหน้าของหร่านซูเยว่กลับดูศักดิ์สิทธิ์เกินไป
ศักดิ์สิทธิ์เสียจน แม้จะ…อย่างหนัก เว่ยเหยาก็ยังไม่กล้าทำตัวห่ามเหมือนเมื่อวาน
เขาถามเสียงแหบอย่างระมัดระวัง “ที่รัก เป็นอะไรไปเหรอ?”
หร่านซูเยว่ยังคงทำหน้าเย็นชา ริมฝีปากสีชมพูขยับเอื้อนเอ่ย
“คุณไม่เห็นเหรอ? ฉันกำลังยั่วยวนคุณอยู่นะ คุณชอบร่างนี้มากไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมยังไม่เข้ามา…ล่ะ?”
ทั้งที่คำพูดชวนให้ใจเต้นเช่นนี้ แต่พอออกจากปากเธอกลับฟังดูเต็มไปด้วยไอสังหาร
ถ้าเว่ยเหยามองไม่ออกว่าหร่านซูเยว่กำลังโกรธ แล้วยังพุ่งเข้าใส่เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง เขาก็คงโง่จริง ๆ
เขาเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ คุกเข่าข้างหนึ่งแล้วช่วยจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
หร่านซูเยว่เบือนหน้าไปตลอด ไม่ยอมมองเขา แต่เว่ยเหยาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอารมณ์ของเธอดีขึ้นบ้างแล้ว
เมื่อเห็นเว่ยเหยาทำตัวระมัดระวัง หร่านซูเยว่ก็คิดในใจว่าเขาไม่ได้หื่นจนหน้ามืดตามัวอย่างที่ระบบบอก
ด้านหนึ่งเธอรู้สึกยินดีอยู่บ้าง แต่อีกด้านก็อดกังวลเรื่องภารกิจไม่ได้ ความรู้สึกสารพัดประดังเข้ามาปะปนกันจนยุ่งเหยิง…
เว่ยเหยาเห็นแก้มของหร่านซูเยว่แดงระเรื่อ เดิมทีคิดจะหยอกแล้วบีบแก้มเธอสักที
