“หีบสมบัติระดับหนึ่งมีเหรียญรถไฟสองเหรียญ ระดับสองสี่เหรียญ งั้นระดับสามก็ควรจะมีหกเหรียญสินะ?”
เมื่อเทียบกับหีบระดับสองแล้ว รางวัลในหีบระดับหนึ่งดูจะกระจอกกว่าไม่น้อย แต่ในโลกนี้ยาก็มีค่ามากพอแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังมีของอย่างเหรียญรถไฟอีก
“อืม? นี่มัน?”
ทันใดนั้น ข้อความหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเย่ชีเหยียน
หลี่เสี่ยวเชิง: 【“มีใครอยากได้โลหะไหม? ผมมีอยู่บ้าง แลกด้วยทรัพยากรอะไรก็ได้ เน้นอาวุธก่อน”】
เน้นอาวุธก่อนแทนที่จะเป็นอาหาร แสดงว่าคนนี้ไม่ขาดความสามารถในการเอาตัวรอด
เทียบกับพวกที่แม้แต่ท้องตัวเองยังแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว เย่ชีเหยียนอยากติดต่อกับคนแบบนี้มากกว่า
ตัดสินใจแล้ว เย่ชีเหยียนก็ติดต่อไปหาหลี่เสี่ยวเชิง
ไม่นาน บนหน้าจอแชทส่วนตัวก็มีข้อความปรากฏขึ้น
หลี่เสี่ยวเชิง: “สวัสดีครับ อยากได้โลหะใช่ไหมครับ?”
“คุณมีเท่าไหร่?”
“คุณต้องการเท่าไหร่?”
เป็นคนที่ระแวดระวังสูงมาก แต่จากประโยคนี้ก็เห็นได้ชัดว่าโลหะในมือเขามีไม่น้อยแน่
“โลหะหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัม คุณเอาออกมาได้ไหม?”
ห้องแชตเงียบไปชั่วขณะ
หลี่เสี่ยวเชิงขยี้ตา มองข้อความในกล่องสนทนาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัม? นี่มันจำนวนที่ใช้ในการอัปเกรดขบวนรถไฟครั้งแรกเลยนะ คนๆ นี้จะเอาไปมากมายขนาดนี้ทำไม? หรือว่าเขาหาไม้และชิ้นส่วนเครื่องจักรครบแล้ว? แล้วยิ่งกว่านั้น เจ้าคนที่ชื่อเย่ชีเหยียนนี่มันมีดีอะไรถึงกล้ามาซื้อโลหะทีละมากมายขนาดนี้?
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ส่งข้อความออกไป
“มีครับ แต่ว่าคุณจะเอาอะไรมาแลก? ถ้าเป็นมีดสั้นที่แจกให้ตอนแรกสุด ผมให้คุณได้แค่สิบกิโลกรัม”
“ไรเฟิลดีไหม?”
ระบบของขบวนรถไฟมีฟังก์ชันถ่ายรูปในตัว เย่ชีเหยียนถ่ายรูปไรเฟิลระดับต่ำสภาพธรรมดากระบอกหนึ่งแล้วส่งไป
“ปืนหนึ่งกระบอก กระสุนยี่สิบนัด แลกโลหะหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัมของคุณ เป็นไง”
“ปืน?! คุณมีปืนด้วยเหรอ!? ผมยอมแลกกับคุณ แต่ว่าราคานี้มันแพงเกินไปไม่ใช่เหรอ? นี่คุณปล้นชัดๆ! ถึงจะเป็นปืนก็ไม่สมราคานี้หรอกนะ!”
เย่ชีเหยียนเล่นกระสุนนัดหนึ่งอยู่ในมือ ไม่ได้แปลกใจกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
แต่ตอนนี้ คนขายปืนมีแค่เขาเพียงคนเดียว
จะเรียกราคาเท่าไหร่ ก็แล้วแต่เขาจะกำหนด
“ไม่แพงเลยสักนิด คุณน่าจะเข้าใจดีว่าปืนสักกระบอกตอนนี้มันสำคัญแค่ไหน ยิ่งกว่านั้น ใครจะรู้ว่าสถานีต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น คุณกล้ารับประกันได้ไหมว่าจะไม่มีอันตราย? ถ้ามีปืนสักกระบอกในมือ ก็อาจจะมีชีวิตรอดได้ดีกว่า ไม่ใช่เหรอ?”
หลี่เสี่ยวเชิงรู้ว่าเย่ชีเหยียนพูดถูก
เขาได้โลหะมากกว่าสามร้อยกิโลกรัมกับหีบสมบัติอีกหนึ่งใบจากสถานีแรก คิดว่าตัวเองโชคดีที่สุดในบรรดาทุกคน
แต่ทั้งหมดนั้นเทียบกับปืนในมือของเย่ชีเหยียนแล้วก็ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง
“ลดหน่อยได้ไหมครับ?”
“ไม่ต่อรอง”
เย่ชีเหยียนลูบคาง หรี่ตาลง
หมอนี่ชื่อหลี่เสี่ยวเชิงคงมีโลหะในมือไม่น้อย และเขาเผยความต้องการที่จะได้ปืนกระบอกนี้ออกมาอย่างหมดเปลือก
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็บีบรีดได้อีกหน่อย
มองรูปบนหน้าจอ หลี่เสี่ยวเชิงกลืนน้ำลาย เห็นได้ชัดว่าเขาอยากได้
“หนึ่งร้อยกิโลกรัมได้ไหม?”
เย่ชีเหยียนเล่นกระสุนนัดหนึ่งในมือ
“คุณคิดว่าไงล่ะ?”
หลี่เสี่ยวเชิงกัดฟัน ลังเลอยู่นาน กว่าจะตอบกลับอย่างฝืนๆ ว่า:
“ขอผมคิดดูก่อนนะ”
“ไม่ต้องรีบ คุณคิดช้าๆ เลย ผมยังยุ่งอยู่..”
“...”
หลี่เสี่ยวเชิงอยากถามนักว่าคุณยุ่งอะไรอยู่ ทุกคนก็ออกจากสถานีแรกหมดแล้ว ในรถไฟพื้นที่คับแคบขนาดนี้ นอกจากจัดข้าวของของตัวเอง ก็ทำได้แค่สื่อสารกันผ่านห้องแชต
เขาคงไม่มีทางรู้ว่า ตอนนี้เย่ชีเหยียนยังคงอยู่ที่สถานีแรก และก็ไม่มีทางคาดเดาได้ว่า เป้าหมายของเย่ชีเหยียนไม่ใช่การอัปเกรดขบวนรถไฟ แต่เป็นการสร้างตู้โดยสารไม้แรกของเขา
หลี่เสี่ยวเชิงสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าแน่วแน่ เห็นได้ชัดว่าตัดสินใจได้แล้ว
“ผมตกลง ผมยอมแลกกับคุณ แต่ผมอยากรู้ว่า คุณจะเอาโลหะพวกนี้ไปทำอะไร? อัปเกรดขบวนรถไฟเหรอ หรือว่าคุณมีบลูปรินต์ของปืนแบบนี้แล้วผลิตได้เป็นจำนวนมาก?”
“แน่นอน คุณอย่าเข้าใจผิด ผมไม่ใช่คนพวกนั้นในห้องแชต ไม่มีความคิดที่จะให้คุณเอา บลูปรินต์ออกมาแบบนั้นหรอกนะ แค่ผมจะบอกว่า ถ้าคุณยังอยากซื้อขายอีก ก็ติดต่อผมได้เลย ผมมั่นใจว่าจะอัปเกรดขบวนรถไฟถึงขั้น 2 ภายในสามสถานี ถึงตอนนั้น ผมจะช่วยโปรโมตปืนแบบนี้ให้คุณ”
หมอนี่มันมั่นใจมาจากไหนกัน?
เย่ชีเหยียนนึกถึงพลังวิวัฒน์ที่ตัวเองมีอยู่
ไอ้หลี่เสี่ยวเชิงนี่ เกรงว่าคงมีพรสวรรค์อะไรสักอย่างเหมือนกัน
เป็นอะไรนั้นเย่ชีเหยียนไม่มีทางรู้ และก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปถาม
อัปเกรดขบวนรถไฟภายในสามสถานีแล้วจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้แข็งแกร่งงั้นเหรอ?
กวาดตามองขบวนรถไฟของตัวเองที่อัปเกรดถึงขั้น 2 ก่อนจะเข้าสถานีอย่างเงียบๆ
พูดได้แค่ว่า
สำหรับคนที่มั่นใจแบบหลงตัวเองแบบนี้ ตอบกลับด้วยคำสองคำดีที่สุด
เออตาม
“มาซื้อขายกันเถอะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชีเหยียนทำการค้า และเขาก็สงสัยเหมือนกันว่าต้องทำอย่างไร
ตามคำแนะนำ เขาวางไรเฟิลระดับต่ำกับกระสุนอีก 20 นัดลงบนพื้นที่ว่าง ไม่นานนัก แสงเรืองเสมือนจริงก็กวาดผ่านไรเฟิลและกระสุน ในพริบตา ทั้งสองอย่างก็หายวับไป ปรากฏเป็นแท่งโลหะที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบแทนที่
“อย่างนี้นี่เอง สะดวกดีเหมือนกันนะ”
เขาไม่กลัวว่าหมอนั่นหลี่เสี่ยวเชิงจะโกง เพราะการค้าทั้งหมดผ่านการรับรองของระบบขบวนรถไฟ ไม่มีทางมีปัญหาอะไร
มองทรัพยากรในมือ ดวงตาของเย่ชีเหยียนมีประกายตื่นเต้นดีใจ เขาหยิบบลูปรินต์ตู้โดยสารระดับต่ำออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะประกอบ
ม่านแสงกึ่งโปร่งใสลอยขึ้นจากบลูปรินต์
【ตู้โดยสารระดับต่ำ】(สามารถสร้างได้)
วัสดุที่ต้องการ: ไม้ 100 กิโลกรัม, โลหะ 150 กิโลกรัม, ชิ้นส่วนเครื่องจักร 60 ชิ้น
【ดำเนินการสร้างหรือไม่-ใช่/ไม่ใช่】
“ใช่”
ทันทีที่กดตัวเลือก วัสดุทั้งหมดที่ต้องการก็หายวับไปจากในขบวนรถไฟ
จากนั้นเย่ชีเหยียนก็เห็นว่าในท้องฟ้าด้านท้ายขบวนรถไฟ วัสดุทั้งหมดประกอบกันใหม่ภายใต้พลังลึกลับอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดก็ก่อตัวเป็นรูปร่างตู้โดยสาร
ตู้โดยสารตกลงมาจากกลางอากาศ ลงจอดบนรางอย่างมั่นคงแล้วเลื่อนไปข้างหน้า ในที่สุดก็เชื่อมต่อเข้ากับหัวขบวนของเขา
【สร้างสำเร็จ】
【สามารถใช้กระจกและเส้นใยดัดแปลงได้】
【ตู้โดยสารระดับต่ำ】
【สิ่งอำนวยความสะดวกภายใน: ไม่มี】
【ฟังก์ชันตู้โดยสาร: ไม่มี】
【ผ่านการดัดแปลงหรือไม่: ไม่】
ตู้โดยสารนี้ไม่มีประตู จะเข้าไปต้องเข้าจากด้านท้ายของหัวขบวน
ภายในตู้โดยสารกว้างขวางมาก ความยาวประมาณ 10 เมตร ส่วนสูงก็ประมาณความสูงของผู้ชายวัยผู้ใหญ่หนึ่งคนครึ่ง นับว่ากว้างขวางสว่างไสวอยู่พอสมควร
มีกรอบหน้าต่าง แต่ไม่มีหน้าต่างติดมาเหมือนกับหัวขบวน คิดว่าคงต้องใช้กระจกในการดัดแปลง
“แบบนี้ก็ไม่ต้องเอาของไปไว้ในหัวขบวนแล้ว อีกอย่าง มีแค่หัวขบวนจะเรียกว่าขบวนรถไฟได้ยังไง ถึงจะถูกต้อง”
เย่ชีเหยียนพยักหน้าด้วยความพอใจ
แอบดูพลังกายและจิตใจที่เหลืออยู่ของตัวเองอย่างเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจยังไม่คิดเรื่องวิวัฒน์ก่อน
เขาขนทรัพยากรที่กองไว้ในหัวขบวนทั้งหมดใส่เข้าไปในตู้โดยสารนี้ แล้วมองดูเวลานับถอยหลังออกจากสถานี
ยังเหลืออีกไม่กี่สิบนาที พอจะขนของเพิ่มขึ้นรถได้อีกหน่อย