ลู่เหยียนยิ้ม ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด
เวลานั้น สตรีที่ก่อนหน้านี้อุ้มผีผาเดินเข้ามาได้นั่งลงแล้ว นางดีดสายเบา ๆ เสียงไพเราะกังวานพลันดังขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสง่างามขึ้นไม่น้อย
ประตูห้องถูกเปิดออก หญิงสาวนางหนึ่งยกถาดเดินเข้ามา บนนั้นมีอาหารหลายจานกับสุราหนึ่งกา
“ลองชิมดู อาหารของหอชุนเยวี่ยแห่งนี้รสชาติไม่เลว” จ้าวตงหมิงกล่าว “แต่หากเทียบกับอาหารของโรงเตี๊ยมเจ้าแล้ว ย่อมด้อยกว่ามากเป็นแน่”
“คุณชายลู่เปิดโรงเตี๊ยมหรือเจ้าคะ?” ชุนเถามองลู่เหยียนด้วยความสงสัย
“อืม” ลู่เหยียนพยักหน้า
“โรงเตี๊ยมของพี่ลู่ไม่ใช่โรงเตี๊ยมธรรมดา” จ้าวตงหมิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้ากล้าพูดเลยว่า ทั่วทั้งต้าเฉียนหาโรงเตี๊ยมแห่งที่สองเช่นของพี่ลู่ไม่ได้”
ชุนเถากับเซี่ยเหมยได้ยินดังนั้นก็เผยสีหน้าประหลาดใจ
จ้าวตงหมิงมิได้กล่าวเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ ราคา หรือความสะดวกสบายของห้องพัก โรงเตี๊ยมของลู่เหยียนล้วนไม่มีแห่งใดในต้าเฉียนเทียบได้
ลู่เหยียนคีบเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปาก รสชาติไม่เลว แต่ก็เทียบกับฝีมือของเสวียเทาไม่ได้จริง ๆ
ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด!
ลู่เหยียนเกิดความคิดอยากจัดส่ง “อาหารจานด่วน” มาให้ที่นี่
แต่เมื่อลองคิดดู เขาก็เห็นว่าไม่ค่อยเหมาะ
ผู้ที่มาที่นี่เพื่อหาความสำราญมีไม่กี่คนที่ตั้งใจมากินอาหาร หญิงงามต่างหากที่สำคัญที่สุด
หากอยากลิ้มรสอาหารเลิศรสจริง ๆ พวกเขาย่อมไปโรงสุราหรือร้านอาหาร