“เหตุใดเจ้าจึงรู้ละเอียดถึงเพียงนี้?”
“ได้ยินจากแม่นางเย่น่ะ” จ้าวตงหมิงกล่าว “ข้ารู้จักแม่นางเย่มานานแล้ว”
“เช่นนั้นเจ้าก็ยังไม่ได้เป็นแขกคนสนิทของนางหรือ?”
“ยัง” จ้าวตงหมิงส่ายหน้า “ข้าคิดว่านางน่าจะชื่นชอบบัณฑิตมีความสามารถมากกว่า”
เวลานี้ เสียงพิณพลันดังขึ้น ทั้งสองจึงหยุดสนทนา
หลังจากฟังอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เหยียนก็รู้สึกว่าคำประเมินแม่นางเย่ของจ้าวตงหมิงเมื่อครู่นี้มิได้กล่าวเกินจริง แม่นางเย่ผู้นี้มีฝีมือด้านพิณอย่างแท้จริง เสียงพิณของนางราวกับมีพลังเยียวยาจิตใจ ทำให้ผู้คนสงบลง ประหนึ่งได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งร่างพลันผ่อนคลาย
‘มิน่าเล่าจึงได้รับความนิยมถึงเพียงนั้น นางมีความสามารถเช่นนี้จริง ๆ’ ลู่เหยียนลอบคิด
ยามนี้เขาตระหนักแล้วว่าก่อนหน้านี้ตนคาดเดาแม่นางเย่ผู้นี้ผิดไป นางเป็นสตรีผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อย่างแท้จริง
หอชุนเยวี่ยอันกว้างใหญ่มีผู้คนเบียดเสียดเต็มทุกพื้นที่ ทว่าบัดนี้กลับเงียบสงัด ทุกคนล้วนถูกเสียงพิณของแม่นางเย่ดึงดูด จึงตั้งใจสดับฟัง
กระทั่งบทเพลงบรรเลงจบลง เสียงต่าง ๆ จึงค่อยดังขึ้นในห้องโถง
เสียงปรบมือยังคงดังกึกก้องราวฟ้าคำราม
ด้วยทักษะการบรรเลงพิณอันยอดเยี่ยม แม่นางเย่จึงได้รับการยอมรับและคำชื่นชมจากทุกคนอีกครั้ง
สวี่หนิงสังเกตเห็นแม่นางเย่ลุกขึ้นยืน ค้อมกายคำนับไปยังทุกทิศทาง จากนั้นจึงเดินลงจากเวทีไปพร้อมกับสาวใช้คนหนึ่ง