หมอเทวดาน้อยฉียังไม่ทันได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่
หมอเทวดาอาวุโสฉีก็กวาดตามองเขาอย่างรังเกียจอีกครา "เมื่อเจ้าไม่อยากเข้าสำนักหมอหลวง ก็รีบหาภรรยาสักคนสร้างครอบครัวเสียแต่เนิ่นๆ เถิด ข้าไม่คาดหวังให้เจ้าสร้างเกียรติแก่วงศ์ตระกูลแล้ว แต่อย่างน้อยก็ควรสืบสกุลเพิ่มสมาชิกให้ตระกูลบ้างมิใช่หรือ?"
หมอเทวดาน้อยฉีบัดนี้ล่วงเลยวัยสามสิบปีแล้ว หากนับทั่วทั้งแคว้นต้าซุ่น ในวัยเช่นนี้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวนั้น เกรงว่าหาได้ไม่กี่คนนัก
ทุกคนในตระกูลฉีตั้งแต่อายุแปดสิบแปดลงไปถึงห้าขวบ เมื่อเห็นหมอเทวดาน้อยฉีประโยคแรกมักเป็นเร่งรัดให้แต่งงานแทบทั้งสิ้น
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ตั้งแต่หมอเทวดาอาวุโสฉีแนะนำให้รู้จักกับสามีภรรยาฟู่จืออี้ หมอเทวดาน้อยฉีก็เต็มใจติดตามเดินทางไปทั่วทุกสารทิศ โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ
ถูกเร่งรัดให้แต่งงานจนหวาดกลัวน่ะสิ!
หมอเทวดาน้อยฉีมองหมอเทวดาอาวุโสฉีอย่างทุกข์ใจ "ท่านอา ท่านเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อนท่านไม่เคยเร่งให้ข้าแต่งงานเลย"
หมอเทวดาอาวุโสฉีถ่มน้ำลายใส่เขา อายุปูนนี้แล้วมีหนวดเครารุงรัง ยังมาแสร้งทำน่าสงสารอีก
เห็นแล้วคันไม้คันมือยิ่งนัก อยากตบสักฉาด
"มีสองหนทาง ไม่ก็กลับตระกูลฉีกับข้า แล้วพยายามสอบเข้าสำนักหมอหลวง เริ่มจากหมอชั้นล่างสุด หรือไม่ก็ไปขอร้ององค์หญิงเล่ออันอย่างซื่อตรงให้นางช่วยหาภรรยาจากครอบครัวที่ดีให้เจ้า เลือกเอาเองเถิด"
หมอเทวดาน้อยฉีรู้ดีแก่ใจว่าตนเองเป็นเช่นไร การเข้าสำนักหมอหลวงนั้นไม่มีทางเป็นอันขาด
ด้วยนิสัยของเขา หากเข้าวังไปคงอยู่ได้ไม่ถึงสามเดือน
กัดฟัน กระทืบเท้าหนึ่งที "ข้าจะตามใต้เท้ากลับกานหนิงครานี้ แล้วไปขอร้ององค์หญิงเล่ออัน"
หมอเทวดาอาวุโสฉีจึงได้พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วเดินจากไป
