คนเรานี่ก็แปลก พอถูกกล่าวถึงทีไรเป็นต้องโผล่มาเสมอ
เมื่อคืนเพิ่งบ่นว่าเฉิงจื่อใกล้จะกลับเมืองหลวงแล้ว
ตกบ่ายก็มีคนมารายงานว่าเฉิงจื่อถึงประตูเมืองแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงจวนกั๋วกง
บังเอิญฟู่จืออี้หยุดพักอยู่ที่จวน ได้ฟังรายงานก็ถามขึ้นทันทีว่า เหตุใดเมื่อวานจึงไม่ส่งสารกลับมาจวน
ผู้มารายงานกลืนน้ำลาย ตอบอย่างระมัดระวัง "คุณหนูใหญ่บอกจะมอบความประหลาดใจให้ท่านกั๋วกงกับองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ"
เฮ้อ ลู่เจินเจินดึงแขนฟู่จืออี้ไว้ คุณหนูของบ้านสั่งเอง คนข้างล่างจะทำอะไรได้
อีกอย่างลู่เจินเจินรู้ดีแก่ใจว่าคนพวกนั้นเอนเอียงเข้าข้างเฉิงจื่อทั้งนั้น
วิชาดีๆ ที่เก็บงำไว้แทบไม่ยอมสอนใคร พอเฉิงจื่อยิ้มหวาน อ้าปากบอกจะดูหรือจะเรียน ก็แทบควักหัวใจออกมาให้
เฉิงจื่อบอกจะสร้างความประหลาดใจ ห้ามรายงานล่วงหน้า คนพวกนั้นย่อมไม่มีทางแจ้งจวนล่วงหน้าเป็นอันขาด
ฟู่จืออี้เองก็รู้ดีแก่ใจ
ถูกเจินเจินดึงไว้ โทสะเล็กน้อยนั้นก็จางหาย
เพราะไม่ได้เจอลูกสาวมาครึ่งปี คิดถึงนางยิ่งนัก
"คุณหนูใหญ่สบายดีหรือไม่ ระหว่างทางไม่มีเรื่องร้ายกระไรใช่ไหม" ถามล่วงหน้าก่อน
ถามถึงลูกสาวตัวเอง ก็ต้องตอบว่าระหว่างทางราบรื่นดี ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นทั้งสิ้น
กลัวว่าถ้าบอกว่ามีเรื่อง คราวหน้าจะไม่ได้ออกเดินทางอีก
ความคิดน้อยๆ นั่น ใครจะดูไม่ออกกัน
คนนำข่าวตอบตามความจริง
ลู่เจินเจินออกไปสั่งครัวให้เตรียมอาหารที่เฉิงจื่อชอบ แล้วให้คนไปตามโต้วเปาและทังย่วนกลับมา
แล้วยังให้คนไปจัดการดูแลผู้ติดตามที่เฉิงจื่อพากลับมาด้วย
อีกทั้งให้คนไปแจ้งหลานซื่อกับซานเหล่าเหยอีกรอบเมื่อเฉิงจื่อกลับถึง
พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็ได้ยินคนหน้าประตูชั้นในส่งเสียงว่าเฉิงจื่อเข้าเรือนมาแล้ว
ลู่เจินเจินอดยิ้มมุมปากไม่ได้ จิตใจเปี่ยมความกระตือรือร้นออกไปต้อนรับ
ฟู่จืออี้ก็ออกจากห้องในด้วย สองสามีภรรยาจูงมือกันลงบันได มองไปยังประตูลานบ้าน ก็เห็นผู้คนกลุ่มใหญ่ห้อมล้อมเฉิงจื่อในชุดบุรุษ ท่วงท่าสง่าผ่าเผยเดินเข้ามา
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของฟู่จืออี้แข็งค้าง ฝีเท้าก็หยุดชะงัก
ส่วนลู่เจินเจินตาวาววับ ครึ่งปีไม่เห็นลูกสาว เฉิงจื่อสูงขึ้นอีกมาก รูปร่างสูงกว่ามารดาแท้ๆ อย่างนางเสียอีก
