ผ่านพ้นประสบการณ์จัดงานวิวาห์ของโต้วเปาไปแล้ว งานสมรสของทังหยวนก็จัดได้อย่างราบรื่น ทุกคนล้วนคล่องมือขึ้นมาก
อีกทั้งยังมีคุณนายเจียงมาช่วยอีกแรง ลู่เจินเจินและเฉิงจื่อต่างรู้สึกเบาแรงไปไม่น้อย
เมื่องานวิวาห์ของทังหยวนเสร็จสิ้น บ่าวรับใช้ในจวนต่างถอนหายใจโล่งอก
ลู่เจินเจินยังใจกว้างแจกเงินเดือนเพิ่มอีกสองเดือนแก่บ่าวรับใช้ทุกคนในจวน
คุณนายโจวก็ได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกับคุณนายเจียงเช่นกัน
หลังจากกลับเรือนญาติในวันที่สาม ก็รีบเร่งเข้าทำงานอย่างขมีขมัน
สามเดือนผ่านไป คุณนายเจียงและคุณนายโจวพี่สะใภ้น้องสะใภ้ฝ่าบททดสอบของแม่สามีลู่เจินเจินได้แล้ว อำนาจปกครองดูแลกิจการภายในของกั๋วกงฝูและจวนโหวก็ถูกโยนใส่มือนางทั้งสองทันที
คุณนายเจียงและคุณนายโจวกุมอำนาจดูแลเรือนใหญ่ แน่นอนว่าลึก ๆ แล้วก็ยินดี ใครบ้างไม่อยากปกครองดูแลตนเอง
ทว่ายังไม่ทันได้ยินดีเต็มที่ ฟู่จืออี้ก็ประกาศว่า จะแบ่งแยกครัวเรือนแล้ว
มิเพียงคุณนายเจียงและคุณนายโจวตกใจ แม้แต่โต้วเปาและทังหยวนก็ถูกทำให้งุนงงอย่างไม่ทันตั้งตัว
โต้วเปาอดไม่ได้เอ่ยว่า "ท่านพ่อ น้องรองสืบทอดตำแหน่งติ้งหยวนโหวคนใหม่ ไม่อาจพำนักในกั๋วกงฝูได้นานจำต้องมีจวนแยกไป นี่ก็ฟังขึ้นแล้ว แต่ว่าเหตุใดพี่ชายอย่างข้าจึงถูกแบ่งออกไปด้วยเล่า"
ฟู่จืออี้ฮึดหนึ่งที "ใครบอกว่าจะแบ่งเจ้าออกไปกัน เจ้ากับภรรยาพักอยู่ที่จวนกั๋วกงอย่างเชื่อฟังนี่แหละ ส่วนข้ากับแม่เจ้า ปู่ย่าของเจ้าและน้องสาวของเจ้านั้น พวกเราจะแบ่งออกไป กลับไปพักผ่อนที่จวนองค์หญิงกันเอง"
โต้วเปาร้อนใจเอ่ยต่อไปอีก "ไม่ใช่ มีที่ใดบนโลกบ้างที่จะแบ่งแยกครัวเรือน แล้วทำบิดามารดาปู่ย่าต้องแยกออกไป ท่านพ่อ ลูกทำเรื่องใดไม่ได้ดั่งใจ พ่อจะอบรมสั่งสอนก็ย่อมได้ อย่าเอาเรื่องแบ่งครัวเรือนมาล้อเล่นเลย"
"ใครมาล้อเล่นกับเจ้ากัน พวกเจ้าล้วนสร้างครอบครัวแล้ว ต่อจากนี้ไปก็ควรปกครองดูแลด้วยตนเอง ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแบ่งครัวเรือนอยู่ดี เร็วเข้าไว้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องพัวพันมากมายในภายภาคหน้า จนแยกแยะอะไรไม่ได้"
