เฉินไห่ถูกไฮ่จื่อปลุกให้ตื่น
ไฮ่จื่อตะโกนเสียงดังมาแต่ไกล
เฉินไห่ลืมตา ลุกขึ้นนั่ง โบกมือให้ไฮ่จื่อ แล้วลุกขึ้นมองไปทางทะเล น้ำทะเลน่าจะเริ่มลดลงแล้ว เห็นคนบนชายหาดที่อยู่ไม่ไกลกำลังขุดหาอะไรกันอยู่
ชาวบ้านเรียกว่าการเก็บของทะเล แต่จริง ๆ ก็คือมาขุดหาหอยลายบนชายหาด
งานนี้แน่นอนกว่า
ขอแค่ยอมออกแรงสักหน่อย รับรองว่าต้องได้ของติดมือกลับไปแน่
แต่ถ้าไปเก็บของทะเลที่โคลนตมหรือแหลมหินก็ไม่แน่ บางทีอาจเสียเวลาไปเปล่า ๆ แถมยังหาของทะเลดี ๆ ไม่ได้สักอย่าง
เสียเวลาเปล่า
ที่สำคัญคือ ในหนึ่งเดือนจะมีน้ำลงจัดแค่สองครั้งเท่านั้น
ถ้าพลาดช่วงเวลาทองไปก็ขาดทุนยับ
เฉินไห่ถามว่า “พ่อนายไม่ไปโคลนตมเหรอ”
ไฮ่จื่อส่ายหน้า “พ่อบอกว่าไม่ไป ต่อให้ใช้ม้าโคลนที่โคลนตมก็ลำบากอยู่ดี พ่อกับแม่เลยไปแหลมหินกันแล้ว”
เฉินไห่ส่งเสียง “อ้อ” เบา ๆ
เมื่อวานเขากับไฮ่จื่อได้ของดีจากแหลมหิน พ่อแม่ของไฮ่จื่อจะไปที่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ว่า
การไปเก็บของทะเลที่แหลมหินจะได้ของมากหรือน้อย
ล้วนขึ้นอยู่กับโชค
ถ้าโชคไม่ดีก็ขุดได้แค่หอยนางรม งัดหอยเมล็ดพวกนี้
ถ้าโชคดี
ก็มีโอกาสจับได้ทุกอย่าง
ไฮ่จื่อพูดว่า “อาไห่ ไม่งั้นพวกเราไปที่นั่นกันเถอะ”
“กลางวันยังไงก็ต้องดีกว่ากลางคืน”
เฉินไห่ส่ายหน้า “ไปโคลนตมดีกว่า ไม่อย่างนั้นม้าโคลนที่พวกเราทำไว้ก็เสียเปล่า”
เขาจะไปบอกไฮ่จื่อได้ยังไงว่าแถวแหลมหินมีรังปูทะเล
บอกไปไฮ่จื่อก็ไม่เชื่อหรอก
ถ้าไฮ่จื่อเชื่อขึ้นมาจะยิ่งยุ่งกว่าเดิม ถ้าถูกมองเป็นหมอดูไปจริง ๆ เขาคงรำคาญตาย
ไฮ่จื่อเกาหัวแล้วยิ้ม “ก็จริง”
เขาวิ่งไปช่วยเก็บข้าวของ พอเห็นเฉินไห่ยังยัดกระสอบสองใบใส่กระจาดไม้ไผ่ ก็พูดอย่างตกใจว่า “อาไห่ นายจะไปโคลนตมขนของจริง ๆ เหมือนที่พ่อฉันพูดเลย”
