เมื่อเห็นซูชิวหรานคล้องแขนเสิ่นเยี่ยนอย่างสนิทสนม แถมยังยิ้มแย้มแจ่มใส
เจียงหลานก็เบิกตากว้างทันที สีหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาในพริบตา ความริษยาและความหวาดกลัวถาโถมจนเธอขาดสติ
เธอกรีดร้องราวกับคนคลุ้มคลั่งว่า “เอามือเธอออกไป!”
ระหว่างพูด เธอก็พุ่งเข้าไปหมายจะแยกทั้งคู่ออกจากกันโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
เสิ่นเยี่ยนขมวดคิ้ว คว้ามือเธอไว้แล้วผลักออกไปทันที
ตึง ตึง ตึง!
เจียงหลานถูกผลักจนเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะทรงตัวไว้ได้อย่างหวุดหวิด
“เจียงหลาน เธอช่วยสงบสติอารมณ์หน่อย”
น้ำเสียงของเสิ่นเยี่ยนเย็นชาไร้ความรู้สึก
“อุ๊ย!”
ซูชิวหรานตบอกเบา ๆ แล้วดัดเสียงอ่อนน้อยใจ “พี่เสิ่นเยี่ยน นี่ภรรยาพี่เหรอคะ น่ากลัวจังเลย… ขอบคุณนะคะที่ปกป้องฉันอีกแล้ว!”
พอได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าเสิ่นเยี่ยนก็มืดครึ้ม กลิ่นชาจ๋าแบบนี้มันอะไรกัน… เขาเหลือบมองซูชิวหราน
อีกฝ่ายส่งสายตาได้ใจมาให้เขาอย่างลับ ๆ
“เธอ… เธอ… เธอนี่มันผู้หญิงตอแหลชัด ๆ!”
เจียงหลานโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แทบจะกระอักความอัดอั้นออกมา
ยิ่งพอเห็นทั้งคู่ส่งสายตาหวานเยิ้มให้กันต่อหน้าคนอื่น เปลวโทสะในดวงตาของเธอก็แทบจะปะทุออกมา
ซูชิวหรานสะดุ้ง แล้วฉวยโอกาสหลบไปซ่อนอยู่หลังเสิ่นเยี่ยน พูดเสียงอ่อนระโหยว่า “พี่สะใภ้! คุณเข้าใจพวกเราผิดแล้วค่ะ ฉันกับพี่เสิ่นเยี่ยนเป็นแค่พี่น้องกันบริสุทธิ์ใจจริง ๆ!”
“พี่น้องกันงั้นเหรอ? ช่างเป็นพี่น้องที่บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง ๆ!”
เจียงหลานแทบอยากกัดฟันให้แตก จ้องซูชิวหรานเขม็ง ราวกับอยากจะกลืนเธอลงไปทั้งตัว “ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เอากรงเล็บของเธอออกจากตัวสามีฉันเดี๋ยวนี้!”
