สวี่จ้าวเอ่ยเสียงเบา “ทรัพยากรของตระกูลหลิ่วไม่ได้ให้กันฟรี ๆ เสียหน่อย อิสรภาพสำคัญกว่าอยู่แล้ว”
“ก็แค่เข้ากลุ่มนักล่า ไม่ได้เสียอิสรภาพอะไรสักหน่อย” ซ่งจือเหวยไม่เห็นด้วย “การลุยเดี่ยวดูเหมือนอิสระ แต่เอาเข้าจริงทุกอย่างต้องจัดการเอง ยุ่งยากจะตาย”
เรื่องจุกจิกอย่างการขายเหยื่อให้เป็นเงิน ซ่งจือเหวยไม่อยากปวดหัวด้วยแม้แต่น้อย อยู่กับทีมจึงสะดวกกว่า
สวี่จ้าวคุยเล่นกับซ่งจือเหวยต่ออีกสองสามประโยค ก่อนจะวางสาย
ยามเย็น ตอนครอบครัวกำลังกินมื้อค่ำ หลีอวิ๋นตั่วเป็นฝ่ายเปิดปากขึ้นก่อน “อี้น้อยบอกว่าอยากให้อวิ้นอวิ้นย้ายไปเรียนในเมืองชั้นใน ต่อไปตอนเขาไปคณะแพทยศาสตร์ก็รับส่งอวิ้นอวิ้นได้พอดี จ้าวจ้าวคิดว่ายังไง?”
มือที่กำลังคีบอาหารของสวี่จ้าวชะงักไป เธอคิดครู่หนึ่งแล้วหันไปถามสวี่อวิ้นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “อวิ้นอวิ้น อยากไปเมืองชั้นในไหม?”
คนที่จะไปเรียนคือสวี่อวิ้น ควรถามเจ้าตัวก่อนดีกว่า
อย่างไรเสีย ทรัพยากรด้านการศึกษาของโรงเรียนในเมืองชั้นในย่อมดีกว่าโรงเรียนในเมืองชั้นนอก
สวี่อวิ้นรีบส่ายหน้า “หนูไม่อยากไป”
เธอเพิ่งคุ้นกับโรงเรียนในเมืองชั้นนอก ยังไม่อยากเปลี่ยนสภาพแวดล้อม
เมื่อเห็นว่าสวี่อวิ้นไม่เต็มใจ ทุกคนในครอบครัวก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้ต่อ
วันรุ่งขึ้นนาน ๆ ทีฟ้าจะเปิด สวี่จ้าวจึงออกจากบ้านแต่เช้า ไปหานายหน้าที่เมืองชั้นนอกเพื่อสอบถามเรื่องเช่าฐานของกลุ่มนักล่า
สวี่จ้าวขับรถสามล้อไฟฟ้าไปจอดหน้าร้านนายหน้า ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไป
