พอจางหวยได้ยินเช่นนั้น สีหน้ายินดีบนใบหน้าก็จางหายไป เขายืนนิ่งงันอยู่กับที่
เขาถามด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อว่า “หัวหน้ากลุ่ม ทั้งแปดคนนี้ล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษนะครับ”
ยิ่งไปกว่านั้น พลังของทุกคนยังแข็งแกร่งกว่าเขา เขาสัมผัสได้
ลู่เจิ้งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังจางหวยได้ยินว่าสวี่จ้าวไม่ยอมรับพวกเขาเข้ากลุ่ม จึงเอ่ยถามอย่างสุภาพ “หัวหน้าสวี่ ไม่ได้เจอกันนาน คุณเห็นว่าทีมของเรามีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า บอกมาได้เลย เราคุยกันได้”
สวี่จ้าวแอบบ่นในใจว่า ปัญหาใหญ่จะตาย!
เธอยังอยากบริหารกลุ่มนักล่าเซี่ยงหยางให้ดี ไม่อยากให้สมาชิกในกลุ่มเกิดเรื่องขึ้นทีละมาก ๆ
เธอถามเสียงเรียบ “คุณสังกัดกลุ่มนักล่านกสีฟ้าอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงคิดจะเข้ากลุ่มนักล่าเซี่ยงหยางที่เพิ่งก่อตั้งของฉันล่ะ”
ลู่เจิ้งยิ้มบาง ๆ “กลุ่มนักล่านกสีฟ้าเป็นแค่ที่สังกัดชั่วคราว จะถอนตัวเมื่อไรก็ได้ ผมตั้งใจจะพาทีมเข้ากลุ่มนักล่าเซี่ยงหยางของคุณจริง ๆ”
ฐานของกลุ่มนักล่าเซี่ยงหยางแห่งนี้ เดิมทีเขาเป็นคนเช่าไว้
ก่อนฤดูหนาวเย็นยะเยือก เขาพาทีมไปจับปลากลายพันธุ์ที่ทะเลสาบชิงสือ แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้รายได้ก่อนสิ้นปีไม่เป็นไปตามเป้า พอเข้าฤดูใบไม้ผลิ แต้มในบัญชีก็ไม่พอจ่ายค่าเช่าฐาน ทางการจึงยึดฐานแห่งนี้คืน
ช่วงนี้ลู่เจิ้งพาเพื่อนร่วมทีมไปจับปลากลายพันธุ์ตามลำธารในป่าเก็บของเขตชั้นหนึ่ง ท่ามกลางสายฝน ในที่สุดแต้มในบัญชีก็สะสมได้พอแล้ว
เดิมทีเขาตั้งใจจะเช่าฐานแห่งนี้กลับมา แต่ไม่คิดว่าจะมีคนเช่าไปก่อนแล้ว
ลู่เจิ้งลองสืบข่าวดูเล็กน้อย ก็พบว่าคนที่เช่าฐานแห่งนี้คือสวี่จ้าว แถมยังจดทะเบียนกลุ่มนักล่าเซี่ยงหยางอีกด้วย
