เฉิงเหยียนเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ จ้องสวี่จ้าวแล้วถามว่า “มีมันช่วยขนส่งเสบียงก็นับว่าเป็นกำลังสำคัญจริง แต่พวกเราแบ่งเป็นสองทีม กระรอกน้อยจะตามทีมหนึ่งหรือทีมสอง?”
คำถามนี้ตรงประเด็นพอดี พอถามจบ เขาก็ไม่กล้าหันไปมองสีหน้าของฉู่อี้หนิง
เลเวลพลังพิเศษของเขาต่ำกว่าฉู่อี้หนิงหนึ่งระดับ เขารู้ดีว่าถ้าแย่งกันตรง ๆ เขาไม่มีทางสู้ฉู่อี้หนิงได้
สวี่จ้าวลูบหัวกระรอกน้อยเบา ๆ ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า “กระรอกน้อยจะผลัดกันไปกับแต่ละทีม แต่ทุกครั้งที่มันออกไปด้วย ส่วนแบ่งแต้มกับแกนสัตว์ที่ควรได้ก็ต้องแบ่งให้มันด้วย
แต่ที่ฉันให้กระรอกน้อยไปกับทีม ก็เพื่อช่วยดูแลพวกคุณ ตอนนี้มันมีเลเวลพลังพิเศษระดับสอง แถมยังต้องให้พวกคุณคอยปกป้อง จะแบ่งตามสัดส่วนของผู้มีพลังพิเศษระดับสองก็พอ”
ฉู่อี้หนิงกับเฉิงเหยียนตอบพร้อมกันว่า “ไม่มีปัญหา”
ปกติแล้ว ผู้มีพลังมิติในทีมล่าสัตว์ ต่อให้มีพลังพิเศษแค่ระดับหนึ่งหรือสอง ก็ยังได้รับส่วนแบ่งในอัตราของผู้มีพลังระดับสามหรือสี่
ทีมล่าสัตว์ที่มีรถบรรทุกดัดแปลงแค่คันเดียวอย่างพวกเขา บางทีผู้มีพลังมิติยังเรียกร้องส่วนแบ่งเท่ากับผู้มีพลังระดับสูงด้วยซ้ำ
หัวหน้ากลุ่มให้กระรอกน้อยแบ่งส่วนแบ่งตามอัตราของผู้มีพลังพิเศษระดับสอง ถือว่าเอื้อเฟื้อพวกเขามากแล้ว
สวี่จ้าววางกระรอกน้อยลงกับพื้น แล้วถามว่า “งานแรกของกระรอกน้อย จะไปกับทีมไหน พวกคุณลองตกลงกันเองนะ”
เฉิงเหยียนมองฉู่อี้หนิง แล้วเป็นฝ่ายยอมให้อย่างใจกว้าง “คนเก่งกว่าควรได้ก่อน ยังไงก็ต้องไปกับพี่หนิงก่อนอยู่แล้ว”
