สีหน้าเซี่ยซูเหยามืดครึ้มลง น้ำเสียงฟังดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง “พ่อแม่เลี้ยงเธอมาจนโต ส่งเสียให้เธอเติบใหญ่ ต่อให้เธอมีหนี้ติดตัว ก็ไม่ควรละเลยหน้าที่กตัญญู
แล้วถ้าทรัพยากรในบ้านจะเอียงมาทางฉันบ้างจะเป็นไรไป ทรัพยากรทั้งหมดในบ้านเป็นของพ่อ พ่ออยากให้ใครก็ให้คนนั้น
ลองดูดี ๆ สิว่าคนในเขตเพิงพักใช้ชีวิตกันยังไง ที่บ้านเลี้ยงเธอจนโต ต่อให้ไม่ได้ติดค้างอะไรเธอแม้แต่น้อยก็ตาม”
เซี่ยซูหลานพิงกรอบประตูรั้ว ลุกคิ้วเอ่ยว่า “แต่ฉันไม่มีเงินนี่นา! ตอนนี้เงินเดือนฉันเดือนละ 10,000 แต้ม แต่หัวหน้ากลุ่มจะหัก 8,000 แต้มไปชำระหนี้โดยอัตโนมัติทุกเดือน เหลือจ่ายให้ฉันแค่ 2,000 แต้ม
ทั้งเดือนฉันได้แค่ 2,000 แต้ม จะไปหา 5,000 แต้มที่ไหนมาแบ่งกันจ่ายค่าเลี้ยงดูพ่อแม่กับนาย”
เธอคร้านจะเถียงกับเซี่ยซูเหยา พี่ชายคนนี้ของเธอเอาแต่คิดว่าตัวเองถูกจนเคยตัว มีเหตุผลบิดเบี้ยวเป็นของตัวเอง
ใครเห็นต่างจากเขา ก็กลายเป็นฝ่ายผิดไปเสียหมด
ยังไงเธอก็แค่แสร้งจนแล้วบ่นทุกข์ไปเรื่อย เธอฟังแม่แท้ ๆ บ่นทุกข์มาหลายปี จึงได้เรียนรู้เคล็ดลับมาไม่น้อย
เซี่ยซูเหยาหลุดปากว่า “งั้นเธอก็เอา 2,000 แต้มให้ที่บ้านสิ”
แม้ 2,000 แต้มจะไม่มาก แต่ก็พอเติมแต้มค่าอาหารในบ้านได้แล้ว
เซี่ยซูหลานกลอกตาอย่างหงุดหงิด “ในกลุ่มไม่ได้เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำสักหน่อย 2,000 แต้มพอแค่ให้ฉันกินอยู่ทั้งเดือน พี่ ฉันเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่นะ อยากให้ฉันอดตายหรือไง”
