หลังสมาชิกทีมจากไป เซี่ยซูหลานก็รีบปิดหน้าต่างรถบ้าน ก่อนเดินฉับ ๆ ไปยังที่นั่งคนขับและจัดการบางอย่าง จากนั้นแผ่นกั้นเหล็กกล้าพิเศษแบบเลื่อนข้างหน้าต่างก็เลื่อนลงมาปิดสนิท
ภายในห้องโดยสารรถบ้านเงียบสงัด ใบหน้าของเซี่ยซูหลานเต็มไปด้วยความกังวล
ส่วนสวี่จ้าวกลับใจเย็นมาก การคาดการณ์อันตรายไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนใด ๆ แสดงว่าตอนนี้คงยังไม่มีอันตรายร้ายแรง
อีกอย่าง ผู้มีพลังพิเศษระดับสูงอย่างฉู่อี้หนิงกับเฉิงเหยียนต่างก็รักชีวิตมาก
ถ้าพวกเขาสองคนรับมือสัตว์กลายพันธุ์ที่บุกโจมตีแคมป์ล่าสัตว์ไม่ไหว ป่านนี้คงหลบอยู่ในห้องโดยสารรถบรรทุกที่หุ้มด้วยเหล็กกล้าพิเศษเหมือนผู้มีพลังพิเศษคนอื่น ๆ แล้ว ไม่มีทางเสี่ยงเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์ที่รับมือไม่ไหวแน่
สวี่จ้าวเอ่ยปลอบใจ “ไม่ต้องกังวล คงไม่มีปัญหาใหญ่อะไร”
เซี่ยซูหลานขานรับเบา ๆ ทั้งสองจึงนั่งรอฉู่อี้หนิงกับเฉิงเหยียนต่อสู้เสร็จอยู่ในห้องนั่งเล่นของรถบ้านอย่างเงียบ ๆ
รออยู่ราวหนึ่งชั่วโมง กำไลข้อมือของสวี่จ้าวก็มีสายติดต่อเข้าจากฉู่อี้หนิง
พอต่อสาย เสียงเหนื่อยล้าเล็กน้อยของฉู่อี้หนิงก็ดังขึ้น “หัวหน้ากลุ่มสวี่ ช่วยเอายากำจัดพิษฤทธิ์แรงมาสองหลอด”
พูดจบฉู่อี้หนิงก็ตัดสาย
สวี่จ้าวตรวจดูตำแหน่งที่ฉู่อี้หนิงส่งมา พบว่าอยู่ห่างจากแคมป์ล่าสัตว์ไปหนึ่งกิโลเมตร
เธอลุกไปหยิบยากำจัดพิษฤทธิ์แรงสองหลอดจากช่องแช่เย็นของตู้เย็น เปิดประตูรถ แล้วใช้พลังพิเศษสายความเร็ววิ่งไปยังตำแหน่งที่ระบุ
ห้านาทีต่อมา สวี่จ้าวก็มาถึงจุดหมาย
เบื้องหน้าคือลานโล่งที่เต็มไปด้วยซากตะขาบกลายพันธุ์ ตัวที่ใหญ่ที่สุดคือตะขาบกลายพันธุ์ระดับห้า
ใบหน้าของฉู่อี้หนิงกับเฉิงเหยียนออกเขียวคล้ำ เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ถูกพิษ
สวี่จ้าวรีบแบ่งยากำจัดพิษฤทธิ์แรงในมือให้ฉู่อี้หนิงกับเฉิงเหยียน แล้วถามด้วยความเป็นห่วง “พวกคุณเป็นยังไงบ้าง?”
ฉู่อี้หนิงบิดเปิดฝายากำจัดพิษแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียว ความขมของยาทำให้สีหน้าบิดเบี้ยว
“ไม่เป็นไร จัดการเรียบร้อยแล้ว แค่แกนสัตว์กับซากตะขาบกลายพันธุ์พวกนี้ต้องเป็นของฉันกับเฉิงเหยียน”
สวี่จ้าวตอบ “ไม่มีปัญหา”
