สวี่จ้าวหันกลับแล้วเร่งฝีเท้ากลับไปยังแคมป์ล่าสัตว์ พอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นหวังจวินกำลังคุยกับลู่เจิ้ง
ด้านหลังลู่เจิ้งยังมีสมาชิกทีมชายหญิงอีกสองคนตามมาด้วย
สวี่จ้าวยืนอยู่ไม่ไกล ตั้งใจฟังว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
ทว่าลู่เจิ้งเหลือบมาเห็นเธอเข้าพอดี จึงทักขึ้นก่อนว่า “บังเอิญจัง คุณเป็นสมาชิกทีมล่าสัตว์ทีมนี้เหรอ?”
สวี่จ้าวเดินเข้าไป พยักหน้าให้หวังจวินเป็นการทักทาย
เธอตอบลู่เจิ้งส่ง ๆ ว่า “อืม บังเอิญจริง ๆ”
จากนั้นสวี่จ้าวก็ยืนฟังพวกเขาคุยกันอย่างเปิดเผย
หวังจวินไม่ได้ขอให้เธอหลบไป เพราะเรื่องที่คุยกันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
แค่ลู่เจิ้งอยากขอยืมเต็นท์ เพื่อพักในแคมป์สักคืน แล้วค่อยออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า
สวี่จ้าวเอ่ยถาม “พวกคุณมีขบวนรถกับเต็นท์ไม่ใช่เหรอ? ต่อให้สมาชิกทีมตายจนเหลือแค่สามคน รถกับเต็นท์ก็น่าจะยังอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
ลู่เจิ้งยิ้มเจื่อน สีหน้าเผยความขมขื่นอยู่หลายส่วน “พลังพิเศษของพวกเราทั้งสามคนอยู่ในระดับต่ำ กลับไปพักค้างคืนข้างนอกไม่ปลอดภัย”
หวังจวินถามขึ้น “พวกคุณอยู่กลุ่มนักล่ากลุ่มไหน?”
เมื่อครู่เขาได้ยินแค่ลู่เจิ้งบอกว่าอยากขอยืมเต็นท์พักชั่วคราว ยังไม่ได้ถามที่มาของทั้งสามคน
ลู่เจิ้งตอบว่า “กลุ่มนักล่านกสีฟ้า”
สวี่จ้าวทำหน้าประหลาดใจ “คุณอยู่กลุ่มนักล่านกสีฟ้าเหรอ?”
ตอนที่เธออยู่กลุ่มนักล่านกสีฟ้า ไม่เคยเห็นลู่เจิ้งมาก่อน แม้แต่ชายหญิงที่ตามหลังเขามาก็ไม่เคยเห็น
ลู่เจิ้งอธิบาย “แค่สังกัดกลุ่มนักล่านกสีฟ้า จะได้ซื้อรถกับอาวุธจากทางการสะดวกหน่อย”
สวี่จ้าวพยักหน้าเบา ๆ พลางคิดในใจว่า รอให้เลเวลพลังพิเศษของตัวเองสูงขึ้นก่อน แล้วค่อยหากลุ่มนักล่าสักกลุ่มเข้าสังกัด จะได้ซื้อรถกับอาวุธง่ายขึ้น
