“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” สวี่จ้าวพยักหน้า
แค่ช่วยหัวหน้ากลุ่มมู่หลิงขนส่งเสบียงเล็กน้อย แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน
หัวหน้ากลุ่มมู่หลิงใจกว้าง ไปกลับก็ได้นั่งเสี่ยวไฉ่เป็นพาหนะ แถมยังเดินทางได้รวดเร็ว
มู่หลิงเห็นว่าเพนกวินกลายพันธุ์คาบปลากลายพันธุ์ขึ้นมาบนผิวน้ำแข็งจนกองพะเนินเกือบพอแล้ว
เธอหันไปบอกสวี่จ้าวว่า “เก็บปลาพวกนั้นเข้าไปในมิติ แล้วให้เสี่ยวไฉ่พาเธอไปที่ฝั่งเพื่อขนขึ้นรถ”
“ได้” สวี่จ้าวตอบ
เธอหยิบมีดกระดูกออกมาแล้วเดินเข้าไป แทงปลากลายพันธุ์ที่เพนกวินกลายพันธุ์เพิ่งคาบขึ้นมา ซึ่งยังแข็งตัวไม่เต็มที่จนตายทั้งหมด
หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีปลากลายพันธุ์ตัวไหนยังสะบัดหางดิ้นอยู่บนผิวน้ำแข็ง เธอก็ใช้ดวงตาข้อมูลสแกนอีกครั้ง พบว่าปลากลายพันธุ์ชุดนี้มีระดับสูงสุดแค่ระดับสาม
สวี่จ้าวยกมือเก็บปลากลายพันธุ์บนผิวน้ำแข็งเข้าไปในมิติส่วนตัวทีละชุด
จากนั้นเธอก็ปีนขึ้นหลังเสี่ยวไฉ่ มันแบกเธอบินกลับไปถึงฝั่งในเวลาเพียงสองสามนาที
ที่ฝั่งมีรถบรรทุกดัดแปลงจอดอยู่สามคัน เบาะคนขับของรถแต่ละคันมีคนขับนั่งอยู่หนึ่งคน บ้างก็อู้งาน บ้างก็นั่งเหม่อ
สวี่จ้าวใช้ดวงตาข้อมูลสแกนคนขับที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย พบว่าทุกคนเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังพิเศษ
เธอโยนปลาที่จับได้จากมิติส่วนตัวลงท้ายรถอย่างไม่ใส่ใจ แล้วขี่เสี่ยวไฉ่กลับไป
สวี่จ้าวขนของขึ้นรถไปกลับสองรอบ แล้วยังเก็บสินค้าเข้าไปในมิติส่วนตัวอีกชุดหนึ่ง ทั้งหมดใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง งานทางฝั่งมู่หลิงก็เสร็จเรียบร้อย
