หลิ่วเซวียนเปลี่ยนเรื่อง แล้วหันมาถามสวี่จ้าวเกี่ยวกับสวี่อี้ต่อ “จ้าวจ้าว ช่วยถามพี่ชายเธอให้หน่อยได้ไหมว่า ทำไมช่วงนี้ยาที่ผ่านการเสริมพลังถึงส่งออกน้อยลง แม้แต่ตระกูลหลิ่วของเราก็ซื้อไม่ทันแล้ว”
ที่จริง เรื่องนี้ต่างหากคือจุดประสงค์หลักที่หลิ่วเซวียนเชิญสวี่จ้าวมาที่บ้าน
สวี่จ้าวขมวดคิ้ว “เรื่องนี้ฉันไม่รู้จริง ๆ ไว้ฉันถามพี่ก่อน แล้วค่อยตอบเธอนะ”
ช่วงนี้สวี่อี้แทบไม่กลับบ้านอยู่แล้ว ทำไมยาที่ผ่านการเสริมพลังถึงมีปริมาณส่งออกลดลงอีกล่ะ?
จากนั้นสวี่จ้าวก็ไปดูลูกหมาน้อยทั้งห้าตัวในลานบ้านของหลิ่วเซวียน
เพราะเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ ต่อให้ยังเป็นวัยเด็ก ตัวก็สูงถึงหัวเข่าของผู้ใหญ่แล้ว ขนาดพอ ๆ กับคงคง
สวี่จ้าวอุ้มตัวหนึ่งขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขน เจ้าตัวน้อยขนฟูนุ่ม ส่งเสียงครางหงิง ๆ เบา ๆ ท่าทางนุ่มนิ่มของมันแทบทำให้หัวใจเธอละลาย
หลิ่วเซวียนลูบหัวลูกหมาเบา ๆ ก่อนเงยหน้ามองสวี่จ้าวแล้วถามยิ้ม ๆ “ชอบไหม? ฉันยกให้เธอตัวหนึ่งแล้วกัน!”
สวี่จ้าวพยักหน้ารัว “ชอบสิ!”
เธอชอบมันมากจริง ๆ เลยไม่คิดเกรงใจหลิ่วเซวียน
“งั้นยกตัวที่อยู่ในอ้อมแขนเธอให้แล้วกัน!” หลิ่วเซวียนกำชับต่อ “พอหมากลายพันธุ์โตขึ้น ถ้าอยากให้มันเชื่องและเข้าใจคนมากขึ้น ก็ต้องหาผู้มีพลังพิเศษสายควบคุมสัตว์มาฝึกให้ แต่ฉันจำได้ว่าในตระกูลหลินมีผู้มีพลังพิเศษสายควบคุมสัตว์อยู่คนหนึ่ง ด้วยความเอ็นดูที่คุณย่าหลินมีต่อเธอกับพี่ชาย แค่เธอเอ่ยปาก ท่านก็น่าจะช่วยจัดคนมาให้ได้”
