เสียงกรีดร้องฉีกความเงียบงันของเขตเพิงพักยามเช้า น้องสาววัยห้าขวบถูกปลุกให้ตื่น ก่อนจะวิ่งหน้าตาตื่นมาจากบ้านข้าง ๆ
เมื่อเห็นภาพภายในบ้าน ขาทั้งสองข้างของเธอก็อ่อนยวบ ทรุดนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้จ้า
ฟางหนิงคาดว่าแม่เลี้ยงคงไม่มีแรงรั้งเธอไว้แล้ว จึงรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปนอกประตู
น้องสาวตัวน้อยวัยห้าขวบเห็นฟางหนิงจะไป ก็ลุกขึ้นร้องไห้โวยวายแล้วเข้ามาขวาง “กล้าตีแม่ฉันเหรอ ห้ามไปนะ! รอพ่อกลับมาก่อน พ่อจะตีเธอให้ตายเลย!”
ตอนนี้ฟางหนิงคิดแต่จะหนี พอเห็นน้องสาวเข้ามาขวางทาง เธอก็ผลักอีกฝ่ายออกอย่างแรง แล้ววิ่งออกจากบ้าน
ด้านนอกมีเพื่อนบ้านจากเพิงพักหลังอื่นชะโงกหน้ามองมาทางบ้านตระกูลฟาง
หญิงชราจากเพิงพักข้าง ๆ เห็นฟางหนิงบาดเจ็บไปทั้งตัวและวิ่งโซซัดโซเซออกมา ก็จิ๊ปากติด ๆ กัน “แม่เลี้ยงคนนี้ใจดำจริง ๆ ตีเด็กจนเป็นสภาพแบบนี้ได้ยังไง”
หญิงที่อยู่บ้านข้างหญิงชรารับคำ “นั่นสิ! บ้านนั้นว่างมากหรือไง ทุกคนกินยังไม่อิ่มกันเลย ยังต้องเก็บแรงออกไปเก็บของแท้ ๆ บ้านนี้กลับยังมีเวลาตีเด็กอีก”
ฟางหนิงถูกตีมาตั้งแต่เมื่อวาน เสียงร้องโหยหวนจากเพิงพักของบ้านตระกูลฟางดังไม่หยุดมาตั้งแต่วันก่อน
เพราะอย่างนั้น เมื่อเช้านี้ฟางหนิงส่งเสียงดังในเพิงพัก เพื่อนบ้านละแวกนั้นจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจ คิดเพียงว่าแม่เลี้ยงใจร้ายคนนั้นกำลังทุบตีลูกเลี้ยงอีกแล้ว
หลังฟางหนิงวิ่งออกไปได้สักระยะ เพื่อนบ้านที่อยู่บ้านและว่างงานในละแวกนั้นได้ยินเสียงร้องจากเพิงพักบ้านตระกูลฟางไม่หยุด ทั้งยังมีเสียงเด็กร้องไห้ปะปน จึงค่อยเดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พวกเขาเห็นแม่เลี้ยงนอนอยู่บนพื้น เลือดไหลนองใต้ร่าง ก็รีบเผ่นหนี กลัวจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ฟางหนิงวิ่งสุดชีวิตไปตามถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อในเขตเพิงพัก มุ่งหน้าไปยังเมืองชั้นนอก วิ่งไปได้ราวหลายร้อยเมตรก็ชนเข้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายและเซี่ยซูหลานที่ตั้งใจมาตามหาเธอ
เซี่ยซูหลานตาไว จำฟางหนิงได้ทันที จึงบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับของรถสามล้อไฟฟ้าให้จอด แล้วร้องเรียกเธอ “หนิงหนิง”
