เดินผ่านประตูรั้วเหล็กเข้าไป ภาพภายในโรงงานก็ปรากฏแก่สายตา
สองข้างทางเดินยาวเหยียดเต็มไปด้วยหนังสัตว์ระดับหนึ่งและสองหลากหลายชนิด ในบรรดานั้นมีหนังปลากลายพันธุ์มากที่สุด
เครื่องจักรในโรงงานสองข้างทางเดินทำงานไม่หยุด ส่งเสียงหึ่งครางกระหึ่ม
สวี่จ้าวกวาดตามองโรงงานสองข้างทางเดินเพียงแวบเดียว ก่อนเดินตามหลังยามถือปืน เลี้ยวเข้าไปในโถงกว้าง
ยามถือปืนชี้ไปยังหน้าห้องที่มีคนสามคนต่อแถวอยู่ แล้วบอกว่า “ไปต่อแถวรอตรงนั้น”
สวี่จ้าวยิ้มพลางพยักหน้า “ได้ ขอบคุณค่ะ”
ยามไม่ได้พูดอะไรต่อ หันหลังเดินจากไปทันที
สวี่จ้าวเดินไปอย่างไม่รีบร้อน ต่อท้ายคนทั้งสามแล้วเข้าแถว จากนั้นก็เปิดใช้ดวงตาข้อมูลอย่างแนบเนียน ลอบสแกนคนที่อยู่ตรงหน้า
คนหนึ่งมีพลังพิเศษธาตุไฟระดับสี่ อีกคนมีพลังพิเศษธาตุพิษระดับหก ส่วนคนสุดท้ายมีพลังพิเศษธาตุน้ำระดับหก
ในสามคนนั้น สองคนมือเปล่า มีเพียงผู้มีพลังพิเศษธาตุพิษระดับหกที่ถือถุงผ้าใบใหญ่ไว้ในมือ
สวี่จ้าวมองถุงใบนั้น ข้างในบรรจุหนังปลากะพงกลายพันธุ์ระดับห้าที่พับไว้อย่างเรียบร้อย
ไม่นานนัก มีคนหนึ่งเดินออกจากห้องพร้อมถุงบรรจุภัณฑ์ แล้วออกจากโถงไป
คนสามคนที่อยู่ก่อนหน้าสวี่จ้าวทยอยเข้าไปในห้อง
สองคนที่ก่อนหน้านี้มือเปล่าต่างหิ้วอุปกรณ์ป้องกันสั่งทำออกมาคนละชุด
ส่วนผู้มีพลังพิเศษธาตุพิษระดับหกถือหนังปลากะพงกลายพันธุ์ระดับห้าเข้าไปในห้อง ผ่านไปครู่หนึ่งก็เดินออกมาโดยมือเปล่า
