"หนิงหนิง!" เย่จี้หยุนตกใจสะดุ้งโหยง
พ่อบ้านที่อยู่ข้าง ๆ รีบยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เผยเยวี่ยหนิงไอพลางเช็ดปาก "ไม่... ไม่เป็นไร แค่สำลักน่ะ"
"...ถ้าอย่างนั้นก็ระวังหน่อย" เย่จี้หยุนตบอกเบา ๆ
เผยเยวี่ยหนิงกัดฟันอดทนจนมื้อค่ำผ่านพ้นไปอย่างทุลักทุเล
อาหารทุกจานหลังจากนั้นคือการทรมานรูปแบบใหม่ ซุปมีรสชาติเหมือนน้ำล้างหม้อ ผักในสลัดขมเฝื่อนฝาด ของหวานเลี่ยนจนเหมือนกินน้ำตาลไอซิ่งโดยตรง
สุดท้ายยังยกพายแหงนมองดาวขึ้นโต๊ะอีก
เย่จี้หยุนกลับกินอย่างเอร็ดอร่อย อาจเป็นเพราะวันนี้น้องชายไม่ยอมอาละวาดบนโต๊ะอาหาร หรือปาจานแล้วเดินหนีไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาถึงกับดื่มซุปเพิ่มอีกชาม สีหน้าดูอ่อนโยนกว่าตอนที่เผยเยวี่ยหนิงฟื้นขึ้นมาเห็นมากนัก
"หนิงหนิง คืนนี้เจ้าอยากพักผ่อนเร็วขึ้นหน่อยไหม" เย่จี้หยุนวางผ้าเช็ดปาก เอ่ยอย่างอ่อนโยน "ข้าว่าเจ้าดูไม่ค่อยมีแรงเลย"
เผยเยวี่ยหนิงฉวยโอกาสนี้ทันที "ใช่ พี่ชาย ข้าค่อนข้างเหนื่อยแล้ว อยากกลับห้องก่อน"
"ได้ ไปเถิด พรุ่งนี้จะให้ครัวทำของที่เจ้าชอบให้"
เผยเยวี่ยหนิงเผยรอยยิ้มว่าง่ายน่ารักตามมาตรฐาน ลุกขึ้นคารวะ หมุนตัวเดินออกจากห้องอาหาร
ทั้งยังรักษากิริยาอันสมควรแก่บุตรขุนนาง แม้ว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นเพียงการเสแสร้งก็ตาม
เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าบนพรมหนานุ่ม เดินผ่านระเบียงยาวที่แขวนภาพสีน้ำมันไว้เต็มผนัง ผ่านหน้าต่างบานเฟี้ยมแกะสลักสองบาน กระทั่งมาถึงหน้าประตูห้องของตน
ผลักประตู
เข้าไป
ปิดประตู
แล้วก็ทรุดตัวพิงบานประตูทั้งตัว
แย่! สุด! จะ! ทน!
เขาแช่งพ่อครัวทุกคนในโลกนี้อยู่ในใจรวดเดียว
อะไรคือขุนนางจักรวรรดิ อะไรคือคฤหาสน์ดยุก ฝีมือพ่อครัวหลวงยังสู้ร้านขนมปังหน้าปากซอยบ้านเขาในชาติก่อนไม่ได้เลย
อย่างน้อยร้านนั้นก็ไม่ยัดเยียดให้กระเพาะเขาเป็นถังขยะเศษอาหาร!
เผยเยวี่ยหนิงทิ้งตัวลงบนเตียง ซุกหน้าลงในหมอน
ของในกระเพาะยังคงปั่นป่วน รสเค็มคาวนั้นฝังแน่นราวกับสลักอยู่บนลิ้น ไม่จางหายไปไหน
เขานอนไปสักพัก ก็พลิกตัว
นอนต่ออีกสักพัก ก็พลิกตัวอีก
"หิวจัง..."
ที่จริงแล้วคือทั้งหิวทั้งคลื่นไส้
มิน่าล่ะ! ถึงอารมณ์เสียตอนกินข้าว
เจ้าของร่างเดิมคงถูกอาหารพิษแบบนี้เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จนระดับการรับรสต่ำเตี้ยเสียจนไม่อาจฟื้นคืนได้ แต่สำหรับเผยเยวี่ยหนิงแล้วไม่ได้
ลิ้นของเขายังมีความทรงจำ จดจำกลิ่นหอมเปรี้ยวหวานของไข่ผัดมะเขือเทศเมื่อตักขึ้นจากกระทะ จดจำสัมผัสละลายในปากของหมูสามชั้นตุ๋นที่เคี่ยวจนได้ที่ จดจำไออุ่นขาวโพลนของบะหมี่ร้อนสักชามในวันหน้าหนาว
ทว่าสิ่งที่เขามีตอนนี้ กลับมีเพียงสเต็กไหม้ดำแผ่นหนึ่ง กับซุปรสน้ำล้างหม้ออีกหนึ่งถ้วย
ชีวิตหนอ...
เผยเยวี่ยหนิงพลิกตัวกลับไปกลับมาบนเตียงราวกับกำลังทอดแพนเค้กอยู่นานครึ่งชั่วยาม ระหว่างนั้นก็พยายามใช้ความง่วงเข้าสู้กับความหิว
แต่ความว่างเปล่าในกระเพาะกลับยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่เสียจนยัดไก่ย่างเข้าไปได้ทั้งตัว
ไม่ ไก่ย่างยังไม่พอ ต้องมีมันฝรั่งบดกับน้ำเกรวี และพายแอปเปิ้ลอีกสักชิ้นเป็นของหวาน
เขาลุกพรวดขึ้นนั่ง
ไม่ไหวแล้ว
ยอมรับได้นะที่จะข้ามภพ ยอมเป็นตัวประกอบ ยอมถูกแขวนคอในอีกสองเดือน แต่จะให้ยอมอดตายนี่ไม่ได้เด็ดขาด
เผยเยวี่ยหนิงเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง
ยามราตรีสงัด คฤหาสน์ดยุคทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน
เอาล่ะ ถึงตอนนี้เขาจึงต้องออกไปหาอาหาร
ไม่อย่างนั้นคงไม่มีแรงแม้แต่จะผูกคอตาย
พูดแล้วทำเลย
เผยเยวี่ยหนิงย่องเบา ๆ ไปที่ประตู เปิดออกนิดหนึ่ง
ระเบียงทางเดินว่างเปล่า เปลวไฟจากตะเกียงติดผนังไหวระริกในสายลมยามค่ำคืน ไร้ผู้คน
เขารีบแทรกตัวออกไปทันที
ครัวของคฤหาสน์ดยุคอยู่ทางปีกตะวันออกของชั้นหนึ่ง เขาเคยเดินตามพ่อบ้านไปครั้งหนึ่งตอนกลางวัน พอจะจำทิศทางได้
เผยเยวี่ยหนิงเดินเท้าเปล่า ชายชุดนอนถูกยกขึ้นสูง เคลื่อนไหวแนบชิดขอบกำแพงราวกับวิญญาณ
ขโมยกินของว่างของรูมเมทตอนกลางดึกยังไม่รู้สึกผิดเท่านี้เลยในชาติก่อน
ประตูครัวไม่ได้ล็อก
เผยเยวี่ยหนิงแทรกตัวเข้าไป ปิดประตูกลับหลังมือ แล้วจึงถอนหายใจโล่งอก
แสงจันทร์สาดส่องลงมาจากช่องรับแสงบนเพดาน ส่องให้ทั่วทั้งครัวสว่างไสว
เขายืนนิ่งอยู่สองสามวินาที ให้ดวงตาปรับรับแสง แล้วจึงเริ่มสำรวจพื้นที่
กว้างมาก ใหญ่กว่าครัวในบ้านใด ๆ ที่เขาเคยเห็นในชาติก่อน
กลางครัวมีโต๊ะประกอบอาหารขนาดมหึมา ด้านหนึ่งของผนังเป็นเตาหลอมเหล็กเรียงเป็นแถว บนเพดานแขวนหม้อสารพัดขนาดและแฮมรมควันกับไส้กรอก
ชั้นวางอีกฝั่งหนึ่งจัดเรียงไหดินเผา ขวดเครื่องปรุง และวัตถุดิบมากมายอย่างเป็นระเบียบ
ดวงตาของเผยเยวี่ยหนิงสว่างวาบ
เขาราวกับหนูที่ตกลงไปในถังข้าว เริ่มรื้อค้นไปทั่วทั้งครัว
แป้ง ไข่ นม เนย
ยังเจอน้ำผึ้งขวดเล็ก ๆ ตรงมุมหนึ่งด้วย สีสวยใส มีกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ
เออะ แล้วพ่อครัวทำอย่างไรถึงเปลี่ยนวัตถุดิบชั้นเลิศพวกนี้ให้กลายเป็นภาพโมเสกได้นะ
ช่างเถิด พอแล้ว
เผยเยวี่ยหนิงพับแขนชุดนอนขึ้น เผยให้เห็นข้อมือขาวเรียวสองข้าง
เขาเคลียร์พื้นที่ว่างบนโต๊ะประกอบอาหาร แล้วเริ่มร่อนแป้งอย่างคล่องแคล่ว
ตอกไข่ให้เข้ากัน ละลายเนยด้วยไอน้ำ
ทุกขั้นตอนต่อเนื่องเป็นจังหวะ ไม่มีสะดุดแม้แต่น้อย
สุดท้าย เขาวางกระทะแบนบนเตาเวทมนตร์ แล้วเปิดไฟอ่อนเริ่มอุ่น
ศิลาเวทมนตร์ของโลกนี้มหัศจรรย์นัก ของในคฤหาสน์ขุนนางยิ่งประณีต เกือบจะเหมือนกับเตาแก๊สในโลกจริงไม่มีผิด
เผยเยวี่ยหนิงใช้เนยทาบาง ๆ รอบก้นกระทะ แล้วตักแป้งเหลวขึ้นมาทัพพีหนึ่ง
ข้อมือพลิกนิดเดียว แป้งก็แผ่เป็นแผ่นกลมเสมอกันทั่วก้นกระทะ
เสียงฉู่ฉี่ดังกังวานชัดเจนเป็นพิเศษท่ามกลางครัวอันเงียบงัน
ผิวหน้าแป้งเริ่มมีฟองเล็ก ๆ ผุดพราย ขอบค่อย ๆ แข็งตัวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน
กลิ่นหอมของเนยคลุ้งกระจายไปตามขอบกระทะ เผยเยวี่ยหนิงใช้ตะหลิวพลิกกลับด้านอย่างคล่องแคล่ว
อีกด้านของแพนเค้กเผยให้เห็นในอากาศ ผิวสีทองเรียบเนียนสวย
จากนั้นก็ทำเช่นเดิมซ้ำอีก เขาทำรวดเดียวสามแผ่น
สุดท้าย เขาซ้อนแพนเค้กทั้งสามแผ่นทับกัน ราดน้ำผึ้ง แล้วแต่งด้วยใบมินต์เล็ก ๆ ด้านบนสุด
สมบูรณ์แบบ!
เผยเยวี่ยหนิงยืนอยู่ข้างเตา ตัดชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากทันทีขณะยังร้อน
วินาทีที่แพนเค้กละลายบนปลายลิ้น เผยเยวี่ยหนิงแทบจะร้องไห้ออกมา
สุดยอด! อร่อยมาก!
อาหารอุ่นร้อน นุ่มนวล เปี่ยมด้วยกลิ่นหอมของเนยและไข่ ไหลผ่านลงท้อง ประสาทที่ถูกโลกนี้ทรมานราวกับถูกมีดทื่อเชือดมาทั้งวันก็ผ่อนคลายลงในที่สุด
เขากินอย่างตะกละตะกลามหมดทั้งจานรวดเดียว อยากจะเลียจานให้สะอาดด้วยซ้ำ
"เอิ๊ก"
เสียงเรออิ่มหนำสำราญก้องอยู่ในครัวอันเงียบงัน เผยเยวี่ยหนิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
เขาเก็บจานล้างให้สะอาดวางไว้ที่เดิมด้วยท่าทางย่องเบา จากนั้นก็ย้อนกลับทางเดิม
กลับถึงห้องแล้ว เขาลูบท้องที่ป่องออกนิด ๆ นอนลงบนเตียงอย่างอิ่มอกอิ่มใจ
อิ่มแล้วก็ดีจริง ๆ หลับก็สบายขึ้นเยอะ