บทที่ 1 ข้ามภพ
"นี่ไม่ใช่หมาของฉัน! หมาของฉันสีเทา"
"นี่หมาของคุณค่ะ หมาของคุณสีขาว"
ซูหยางอธิบายกับคุณลุงตรงหน้าเป็นครั้งที่สาม
สองชั่วโมงก่อน คุณลุงท่านนี้จูงหมาเข้ามา ซื้อแพ็กเกจอาบน้ำตัดขน
สองชั่วโมงต่อมา ซูหยางส่งหมาตัวขาวสะอาดหอมฟุ้งคืนให้คุณลุง
อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับ
ตอนแรกซูหยางก็คิดว่ามันเป็นหมาสีเทา
ปรากฏว่าพอถูแชมพูครั้งแรก
เธอก็รู้แล้ว
ไม่ตรง!
คุณลุงมองเธอ แล้วก็มองหมา
หลังจากทำท่าไม่เชื่อ ทั้งขยี้หน้า เกาหัว สุดท้ายก็รับหมาไปอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ
ซูหยางล้างจนมือเมื่อย
ปิดประตูหันกลับมา
ก็เห็นลูกแกะตัวหนึ่ง
ซูหยาง: ?
เธอทำงานที่ร้านสัตว์เลี้ยงนี้มาหลายเดือน
ปกติก็ทำงานอาบน้ำตัดขนให้แมว ๆ หมา ๆ
เพิ่งเคยเห็นแกะที่นี่เป็นครั้งแรก
ขนแกะฟูนุ่ม ขาวนุ่ม ขาวจนแทบจะเปล่งแสง ดูตัวเล็กนิดเดียว
กีบเดินกุบกับ หน้ายิ้มแย้มดูซื่อใสเหมือนลูกแกะ
น่ารักก็น่ารัก
แต่ว่า... นี่มาจากไหน???
ยังไม่ทันได้สืบ
เจ้าแกะขาวตัวน้อยที่โผล่วาบขึ้นมา "แบร่" ร้องแล้ววิ่งเต้นตรงเข้ามา
ซูหยางโดนเจ้าแกะตัวแค่เข่าชนลอยหวือออกไป
ซูหยางตกใจมาก
น่ารักจะตาย
-
"เขต A ปิดกั้นแล้ว"
"ไม่เห็นร่องรอยมนุษย์สัตว์"
"ปิดเขต B อย่าให้เขาเปิดรูกาลอวกาศ!"
"ตรวจพบคลื่นพลังงานผิดปกติ ที่เขต C"
"รายงาน ตอนนี้เขต C อยู่ในสภาพปิด เราเข้าไปไม่ได้"
เขต C เป็นสถานที่พิเศษ
ตั้งอยู่ชานเมือง พื้นที่เปิดกว้าง อาคารไม่มากนัก
แต่ถึงเป็นพื้นที่เงียบสงบเช่นนี้ แม้แต่หัวหน้าทีมลาดตระเวนจับกุม ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป
เหตุผลก็คืออาคารหลังเดียวในรัศมีร้อยกิโลเมตร
หอคอยดำสูงใหญ่ตั้งตระหง่านนิ่ง
มองจากระยะไกล ราวกับหอนาฬิกาที่ดูดกลืนแสง
แต่จริง ๆ แล้ว ที่นั่นคือที่คุมขังอาชญากรอันตรายระดับสูงสุดของทั้งจักรวรรดิ
หัวหน้าพยายามติดต่อคุกหอคอยดำ
ทางนั้นโยนกลับมาแค่สองคำ:
【ห้ามผ่าน】
"หยิ่งจริง ๆ"
เพื่อนร่วมงานพูด "ถอยกลับเถอะ มนุษย์สัตว์นั่นคุมไม่ได้แล้ว ให้พวกนั้นจัดการ คงไม่จบสวยเท่าไหร่" น้ำเสียงสมเพช
เขตหอคอยดำห้ามผ่าน
ภายใต้หลักป้อมปราการ สามารถใช้วิธีถึงชีวิตกับผู้บุกรุกได้ ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
มนุษย์สัตว์ผู้นั้นที่จู่ ๆ ก็คลุ้มคลั่งเพราะโรค แล้ววิ่งไปใกล้หอคอยดำ จะมีจุดจบเช่นไร ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของที่นั่น
หน่วยย่อยส่งข่าวตอบกลับมา เสียงสื่อสารตื่นเต้นสับสน "หัวหน้า เราออกไปไม่ได้แล้ว! นักโทษ SSS ของหอคอยดำหลบหนี..."
สีหน้าหัวหน้าเปลี่ยนไปทันที
"ท่านไหน?! ได้ยินตอบด้วย! ตอบด้วย!"
"...ทางเราเห็นผีเสื้อสีดำแล้ว"
เพื่อนร่วมงานทรุดลงนั่ง ปากพึมพำ "จบแล้ว คราวนี้ตายหมด"
ผีเสื้อนับพันนับหมื่นกระพือปีกไร้เสียงปกคลุมทั่วฟ้า
ปีกผีเสื้อกางออก แสงสีเข้มทอประกาย ที่ใดผ่านพ้น แสงสว่างราวถูกกลืนหายไปเงียบกริบ
อากาศไม่ไหลเวียน เสียงถูกตัดขาด แม้แต่โครงร่างมืดทึบของหอคอยดำเบื้องหลัง ก็ยังเลือนรางต่อหน้าฝูงผีเสื้อ
ความงามขั้นสูงสุด ใกล้เคียงกับลางร้าย
【นักโทษ SSS เก็นซึกิ】
หน่วยลาดตระเวนขนลุกซู่ หลบอยู่ไกล ๆ กลั้นหายใจไม่กล้าส่งเสียง เกรงจะรบกวนท่านผู้นี้
แต่สมาชิกหน่วยเงียบสงบ กลับไม่อาจห้ามมนุษย์สัตว์ที่ถูกไล่ตามมาส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด
และก็...
ลูกทีมสะกิดหัวหน้าทีม ชี้ให้ดู
หัวหน้าทีมรูม่านตาขยาย
เมื่อไหร่ ที่นั่นมีคนเพิ่มมาอีกคน?!
-
ซูหยางมึนหัวลุกขึ้นจากพงหญ้า
เมื่อกี้เหมือนถูกโยนเข้าเครื่องซักผ้า ตอนนี้เธอยังอยากอ้วกนิดหน่อย
ก้มมองเศษหญ้าติดมือ ก็งงมาก
หนึ่งคืองุนงงว่าลูกแกะตัวเล็กแค่นี้ชนเธอปลิวออกไปได้ยังไง
สองคือสงสัย แกะนี่พาเธอชนมาที่ไหนกัน!?
จากร้านสัตว์เลี้ยงมาทุ่งหญ้ากว้างราวกับในชั่วพริบตา ชั่วขณะนั้นเธอนึกว่ากำลังฝัน
เพราะในทุ่งหญ้าย่อมไม่มีเต่าทองลายดาวเจ็ดแต้มสีดำบนพื้นแดง ตัวเท่าหินบดแป้ง
แล้วเจ้าเต่าทองนั่นยังร้องเจ็บเป็นภาษาคนอีก
พอมองอีกที ตัวการต้นเรื่องเจ้าแกะนั่นก็อยู่ด้วย กำลังเดินเล่นสบายอารมณ์
ไม่มีท่าทีรู้สึกผิดที่ชนคนเลยสักนิด
เห็นเต่าทองยักษ์ก็ยังเฉย
แต่กลับสะดุ้งเมื่อเห็นผีเสื้อบินวาบมาจากขอบฟ้า กระโดดเข้ากอดซูหยาง
ซูหยาง: ? แกยังจำได้ไหมว่าเมื่อกี้แกชนฉันยังไง?
รับเจ้าแกะหน้าหนาจอมกวนนี่ไว้ ไม่รู้ทำไมก็รู้สึกขนหัวลุก มองขึ้นฟ้าอย่างตะลึง
ตอนแรกผีเสื้อบินสูงมาก แต่เหมือนถูกเสียงดึงดูด ก็บินต่ำลงมาใกล้
ซูหยางไม่เคยเห็นฝูงผีเสื้อใหญ่ขนาดนี้ แถมยังเป็นสีดำล้วน
เธอเรียนสัตวแพทยศาสตร์ แต่พึ่งปีหนึ่ง ยังเรียนไม่มาก ไม่รู้ว่าพันธุ์อะไร
เลยมองด้วยความอยากรู้ ควักมือถือออกมา อยากถ่ายรูปค้นหา
ผีเสื้อส่วนน้อยลอยละลิ่วล้อมรอบเต่าทอง
ส่วนอีกสองสามตัวบินผ่านข้างกายเธอ
ซูหยางสูดจมูก
เธอได้กลิ่นหอมอ่อนมาก
แตะผ่านปลายจมูกราวกับมีแต่ก็เหมือนไม่มี
พวกมันบินอย่างสง่างามและเงียบงัน ฉะนั้นเสียงชัตเตอร์มือถือจึงดูแสบแก้วหูไปหน่อย
"นี่ทำอะไร?"
เสียงชายคนหนึ่งทุ้มเรียบ
"ฉันดูว่าพันธุ์อะไร... มือถือไม่มีสัญญาณนี่?" ซูหยางตอบตามสัญชาตญาณ
พอพูดจบหันไป มองเห็นแต่ผีเสื้อตัวหนึ่งเกาะนิ่งบนก้อนหิน
ไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ
ผีเสื้อพูดอีกว่า "ผีเสื้อหางติ่งหยกพันธุ์กลาย"
"เต่าทองตัวนั้นเอะอะจนฉันปวดหัว กลิ่นก็เหม็นมาก"
เสียงนุ่มละมุนดุจสายฝน พัวพันอ่อนโยน
มันถามอย่างสุภาพแต่เกียจคร้าน "ขอถามหน่อย ฆ่าพวกคุณได้ไหม?"
ซูหยาง: ???
ซูหยาง: (*゚ロ゚)!!!
สมองค้างไปชั่วขณะ
จอมือถือยังสว่างอยู่ ค้างที่หน้ากล้อง ช่องสัญญาณเป็นกากบาทแดงสะดุดตา
เธอไม่ตอบ กลับบีบแขนตัวเองก่อน—เจ็บมาก
ฝัน? ไม่ใช่ฝัน? ถูกแกะชนข้ามภพ?
นี่โลกอะไร?
ผีเสื้อเหนือจริงที่จะฆ่าคน?
ซูหยางอ้าปาก "ฉันคิดว่า... เอ่อ ไม่ค่อยได้นะ?"
ปีกผีเสื้อสั่นไหวเล็กน้อย มันยิ่งรุมล้อมเข้ามามากขึ้นเป็นหย่อมใหญ่
กลิ่นหอมอ่อนนั้นจึงเข้มข้นขึ้น สายตาของซูหยางค่อย ๆ เลื่อนลอยไร้จุดโฟกัส
เหมือนตกอยู่ในโลกสุขาวดีที่ประหลาดพิสดาร
มองเห็นแต่เกล็ดปีกผีเสื้อสีดำแวววาวดุจดวงดาว
ก่อนที่เกล็ดปีกเหล่านั้นจะโปรยปรายลงมา เจ้าแกะในอ้อมอกก็โผล่หัวออกมา
จู่ ๆ ก็กระโดดลงจากอ้อมอกซูหยาง เอาหัวพุ่งชนผีเสื้อตัวหนึ่ง แล้วร้องแบร่เสียงดังและดุดันใส่มัน
เหมือนกำลังปกป้องเธอ
"ผู้ฝึกสัตว์"
ฝูงผีเสื้อหยุดชะงัก
จากนั้นจึงหลบไปด้านหลัง เสียงยังคงสงบ "เธอจะทำให้ฉันบริสุทธิ์หรือ?"
ซูหยางไม่ได้ยินที่มันพูด
เพราะตอนที่ขนหัวแกะปัดผ่านผีเสื้อ ในหัวเธอก็ดังอื้อขึ้นมา
...ความรู้สึกอะไรนี่? เหมือนมีชั่วขณะที่จิตวิญญาณผสานเป็นหนึ่งกับอีกคน เปลือยเปล่าและสั่นสะท้านยิ่งกว่าการถูกเนื้อต้องตัว ใกล้ชิดยิ่งกว่าระยะติดลบ
ผ่านผีเสื้อ เห็นเงาร่างหนึ่ง คนผู้นั้นก็ค่อย ๆ เงยหน้ามองมา
ซูหยางไม่ทันตั้งตัว ไม่อาจบรรยายได้แม่นยำ
ถ้าให้อธิบายให้เห็นภาพ ก็เหมือนมีคนเปิดฝากะโหลกเธอ เอาสมองออกมาถูกับสมองอีกคนจนถึงจุดไคลแมกซ์
สุ... สุดยอดเกินไป!
สัมผัสมากเกิน เธอขาอ่อน
ผีเสื้อส่งเสียง "อื้อ"
น้ำเสียงลังเลไม่แน่ใจ "เรารู้จักกันมาก่อนหรือ?"
"ขอโทษด้วย พึ่งออกจากดักแด้ ลืมอะไรไปหลายอย่าง"
ซูหยางไม่รู้ว่าควรตอบว่ารู้จักหรือไม่รู้จัก
เธอตะกุกตะกัก "รู้จัก...?"
ผีเสื้อกระพือปีก
"ไม่รู้จัก...?"
ผีเสื้อพึมพำกับตัวเอง
"เราต้องรู้จักกันแน่ ไม่อย่างนั้นเธอจะเข้าสู่แดนพลังจิตของฉันโดยตรงได้ยังไง?"
"เธอเป็นผู้ฝึกสัตว์ของฉันหรือเปล่า? ทำไมเธอถึงไม่ยอมรับ?"
"ระหว่างเรามีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
ซูหยางไม่รู้จักกระทั่งว่า【แดนพลังจิต】คืออะไร
ฟังดูมีพลังประหลาดต่างจากวิทยาศาสตร์
แถมยังมี【ผู้ฝึกสัตว์】ที่มันเอ่ยปากครั้งแล้วครั้งเล่า
ก็เหมือนลิงในละครสัตว์ ที่มองหาหมอฝึกสัตว์ของตัวเอง
ตึกมืดทึบหลังนั้นที่อยู่ไกลออกไปดังสัญญาณเตือนแสบแก้วหูขึ้นมา
ผีเสื้อลอยเคว้ง ราวกับหมดความอดทน
"ในเมื่อไม่ใช่ ก็เชิญพวกคุณหายไปเถอะ อย่าเสียเวลา"
หัวใจของซูหยางกระตุกวูบ
เงาแห่งความตายพลันปกคลุมในจิตใจ
เสียงครวญครางของเต่าทองตัวนั้นไม่รู้ว่าจางหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ถูกฝูงผีเสื้อห่อหุ้ม กลืนกินไปอย่างเงียบงัน
ต้องตายแน่
ความตระหนักนี้กระแทกเข้าสมองอย่างแจ่มชัดไร้ข้อกังขา
"เวลาฉันมีจำกัด ช่วยให้พวกคุณเลือกวิธีตายที่สบายหน่อยได้"
"เธอชอบขาดอากาศหายใจไหม?"
ซูหยางเห็นมือของตัวเองเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยความตกใจ
ถูกเส้นใยล่องหนยกขึ้น ประกบรัดระหว่างลำคอ
ปลายนิ้วกำแน่น
บีบท่อลม
ประหลาดที่ เธอไม่รู้สึกกลัวอีกแล้ว กลับมีความปิติเหมือนตกอยู่ในห้วงนิทราลึก...
ขอบเขตการมองเห็นเริ่มดำมืด
จนกระทั่ง...
"แบร่! แบร่——!"
ซูหยางถูกชนจนตื่นสะดุ้ง ไม่ทันคิดอะไรมาก ตะโกนเสียงสูง "ใช่! ฉันเป็นผู้ฝึกสัตว์ของนาย!"
แล้วก็ฟุบลงกับพื้น ไอโขลก ๆ อย่างรุนแรง