นอกหน้าต่างมีเสียงยางรถยนต์แล่นฉิวผ่านไปดังแว่วมาเป็นครั้งคราว ในยามดึกสงัด เสียงนั้นฟังชัดเป็นพิเศษ
เจียงเหยี่ยลืมตาขึ้น จ้องโคมไฟเพดานดีไซน์เรียบง่าย ดวงตาว่างเปล่า
คำว่า “ไอ้หื่นซื้อบริการ” ที่เสิ่นชิงหานตะโกนใส่เขาอย่างเสียสติทางโทรศัพท์เมื่อครู่ เหมือนหนามที่ทิ่มแทง แม้ปากเขาจะบอกว่าไม่แคร์ แต่สุดท้ายมันก็ยังสะกิดแผลในใจที่เพิ่งตกสะเก็ดให้ปริออก
เจ็ดปี
ชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้งกัน?
เขาทุ่มช่วงวัยหนุ่มสาวที่ดีที่สุดในวัยยี่สิบต้น ๆ ลงไปในโคลนตมอันเย็นเยียบของเสิ่นชิงหานอย่างไม่เหลืออะไรไว้เลย
เขาเคยคิดว่า ขอเพียงตัวเองยอมลดตัวมากพอและพยายามมากพอ สักวันก็ต้องทำให้หัวใจเย็นชาของเสิ่นชิงหานอบอุ่นขึ้นได้
ทุกวันเขาคอยเปลี่ยนเมนูทำอาหารให้เธอ จำรอบเดือนของเธอได้ จำได้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร เธอปวดท้อง เขาก็นวดท้องให้ทั้งคืน เธอเหนื่อยจากงาน เขาก็เตรียมน้ำอาบไว้ให้ แล้วนวดไหล่ให้
ทั้งที่เขาเป็นคนมีอิสรภาพทางการเงินและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้แท้ ๆ
แต่แล้วไงล่ะ?
เขากลับใช้ชีวิตอย่างคนไร้ศักดิ์ศรี เป็นทั้งแม่บ้านที่พร้อมรับใช้และคนรับใช้ที่ถูกเรียกเมื่อไรก็ต้องมา
แล้วผลลัพธ์ล่ะ?
สิ่งที่ได้กลับมาคือความรังเกียจไม่รู้จบ การที่กู้จื่อม่อเหยียบเข้าบ้านอย่างง่ายดาย คำกล่าวหาว่าเป็น “ไอ้หื่นซื้อบริการ” และใบหย่าที่เขียวสดเสียจนแสบตา
สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดใจที่สุด ไม่ใช่การทรยศของเสิ่นชิงหาน
แต่เป็นเสิ่นซินอวี่
ลูกสาวที่เขาอุ้มมาตั้งแต่เล็กจนโต ทะนุถนอมไว้ในมือก็กลัวจะตก วางไว้ในปากก็กลัวจะละลาย
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังลืมภาพในร้านอาหารที่ประเทศเอ็มไม่ได้ เสิ่นซินอวี่นั่งกินข้าวกับกู้จื่อม่อและเสิ่นชิงหาน ทั้งยังหัวเราะคิกคักเรียกเขาว่า “คุณพ่อจื่อม่อ”
