“ก็แค่ผู้มีพลังพิเศษธาตุดินคนหนึ่ง ทำเป็นเก่งไปได้”
เยว่เยี่ยนเอ่ยเยาะเย้ย
ฉีป้าที่สนิทกับซูรุ่ยหยวนก็เป็นผู้มีพลังพิเศษธาตุดิน
ตอนนี้เขาอยู่ขั้นหนึ่ง ทำได้แค่รวบรวมดินให้กลายเป็นหุ่นดินสูงเท่าคน แถมยังมีเวลาจำกัด อย่างมากก็อยู่ได้ห้าหกนาที
แน่นอน นี่เป็นเพียงข้อมูลที่เขาอยากให้คนอื่นรู้เท่านั้น ความสามารถจริงอาจสูงกว่านี้ แต่ถึงจะเลื่อนเป็นขั้นสอง ก็ไม่มีทางพุ่งสูงขึ้นมากขนาดนั้นในทันที
ถ้าบอกว่าเป็นผู้มีพลังพิเศษขั้นสามหรือขั้นสี่ เขายังพอเชื่ออยู่บ้าง
“ไอ้กระจอกขั้นหนึ่งมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินคนขั้นสอง” ชายตาเฉี่ยวมองทุกคนอย่างดูแคลน ลุงของเขาบอกแล้วว่าการเลื่อนขั้นเป็นขั้นสองไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยวาสนา
เมื่อเค้นถามอะไรไม่ได้แล้ว ถูเซิ่งก็หันไปถามชางโม่ “หัวหน้า จะจัดการยังไง?”
ชางโม่ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเรียบ “เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ฆ่าทิ้งเถอะ”
เดิมทีเขาคิดจะเก็บใครสักคนไว้พานำทาง แต่พอคิดว่าหากพาคนกลับฐานที่มั่น ซูรุ่ยหยวนอาจเล่นลูกไม้ลับหลัง ขัดขวางพวกเขา หรือไม่ก็คิดดึงตัวผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้ไปเข้าพวก เรื่องคงยุ่งยากมาก
ถึงตอนนั้น เขาจำต้องเตรียมทางหนีทีไล่ไว้
เพราะมีพวกเขาติดตามมา คนที่ฉวี่ฉางหมิงพาออกมาจึงมีไม่มาก และล้วนเป็นคนที่ไว้ใจได้ แค่กำชับกันสักหน่อย ข่าวก็คงไม่รั่วไหล
“ครับ”
ถูเซิ่งกับพรรคพวกเรียกลูกทีมอีกสองสามคน พาคนเหล่านั้นไปที่ข้างถนน ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนและคำวิงวอนด้วยความหวาดกลัว
ปัง ปัง ปัง...
เสียงปืนดังติดต่อกันเจ็ดนัด คนทั้งเจ็ดล้มลงในพงหญ้าข้างทาง ถูเซิ่งหันไปพยักหน้าให้ชางโม่เล็กน้อย