“รับมือไปตามสถานการณ์”
ชางโม่ตอบสั้น ๆ แล้วหันไปมองทางด้านหลังรถ จุดแสงนั้นอยู่ไม่ไกลจากพวกเขาแล้ว แม้จะอยู่ไกล แต่ยังได้ยินเสียงคำรามครืน ๆ ลอยมาแว่ว ๆ
เพื่อให้รถทรงตัวได้ เผิงซิงจึงลดความเร็วลงและขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่ ทั้งยังต้องหลบซอมบี้ที่พุ่งออกมาจากข้างทางไม่หยุด
หลี่ว์เจิ้นไห่เองก็จำต้องลดความเร็ว ขับตามหลังรถกระบะไป
กู่ยวี่กับชางโม่จ้องจุดแสงที่อยู่ไกลออกไปเขม็ง ส่วนจางซวี่กับพวกตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก พวกเขาไม่คิดเลยว่าเงาดำนั่นจะเคลื่อนที่เร็วขนาดนี้ ไม่เพียงวิ่งตามพวกเขาออกมา แต่ยังไล่มาได้ไกลถึงเพียงนี้
“ทำยังไงดี? เงาดำนั่นยังตามมาอยู่ข้างหลัง”
เมื่อได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังมาจากความมืด หัวใจของทุกคนบนรถก็เต้นระทึกจนแทบขึ้นมาจุกคอ
“จะลนลานไปทำไม?”
วังซั่วตะโกนเสียงดัง น้ำเสียงแฝงความขุ่นเคืองและความหวั่นใจจาง ๆ
“น้ำมันรถเรามีพอ ต่อให้เงาดำนั่นเก่งแค่ไหน สักวันมันก็ต้องหมดแรง ขอแค่เราไม่หยุด มันก็ไล่ไม่ทัน”
คำพูดของวังซั่วช่วยคลายความตึงเครียดของทุกคนลงได้บ้าง
เกิงผิงนั่งอยู่ชิดหน้าต่าง มือสั่นเทาด้วยความประหม่า หายใจไม่ทั่วท้อง ลมเย็นที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างช่วยบรรเทาความอึดอัดในอกได้เล็กน้อย
คนในรถมีมาก อากาศก็อับทึบ เธอกลัวว่าคนอื่นจะได้กลิ่นคาวเลือดจากตัว จึงฉวยจังหวะที่ทุกคนกำลังตึงเครียด แอบลดกระจกหน้าต่างที่พิงอยู่ลงเป็นช่องกว้างสามนิ้ว
