ชางโม่กำลังประเมินอีกฝ่ายอยู่ อีกฝ่ายก็ประเมินเขาเช่นกัน
เห็นเขามือเปล่า แถมยังมีแค่คนเดียว พวกนั้นก็ยิ่งได้ใจและวางท่ากำเริบ คิดว่าขบวนรถกลัวปืนในมือพวกตน
ชายสองคนที่เดินนำหน้าตะโกนใส่ชางโม่เสียงดังว่า “ไม่อยากตายก็ส่งรถกับเสบียงทั้งหมดมาให้ ฉันจะไว้ชีวิตพวกแก”
ชางโม่เหลือบมองอีกฝ่าย มือที่ไพล่อยู่ด้านหลังทำสัญญาณให้กู่ยวี่ บอกให้เธอลงมือ
กู่ยวี่ควบคุมเถาวัลย์ทันที ให้มันเลื้อยไปยังประตูท้ายรถแล้วดึงเปิดออก ก่อนจะมัดคนที่นั่งอยู่เบาะหลังอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ ขณะเดียวกัน ปลายเถาวัลย์ก็พุ่งเข้าใส่คนในรถคันหน้า
เพียงไม่กี่วินาที เถาวัลย์ก็พันรัดชายทั้งสองจนหมดทางขัดขืน
ในเวลาเดียวกัน
ชางโม่ก็เรียกมีดบินออกมา พุ่งเข้าใส่ชายอีกสามคนด้านหลังด้วยความเร็วสูง ตัดข้อมือพวกนั้นเพื่อขัดขวางไม่ให้ยิงปืน
เขาเองก็พุ่งตัวเข้าใส่ชายสองคนที่อยู่หน้าสุด เตะคนหนึ่งกระเด็นไป จากนั้นหมุนตัวปัดปืนในมืออีกคนทิ้ง ฉวยจังหวะหักข้อมือแล้วเตะขาจนหัก
“อ๊าก!” ชายคนนั้นล้มหน้าคว่ำทันที ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
คนที่ถูกเตะกระเด็นกระแทกพื้นอย่างแรง พ่นเลือดออกมาคำโต กุมหน้าอกอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
พอเขาลุกขึ้นมาอีกครั้ง ชางโม่ก็จัดการพรรคพวกทั้งสี่คนของเขาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นว่าจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว ถูเซิ่งกับเผิงซิงก็เปิดประตูลงจากรถ เยว่เยี่ยน หลินเซิ่งตง และฉวี่ฉางหมิงที่อยู่รถคันหลังก็ตามลงมาด้วย สมาชิกทีมคนอื่น ๆ ก็เข้ามาสมทบ