ในห้องนอนสลัว
ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบา บรรยากาศชวนใจเต้นค่อย ๆ แผ่ซ่าน อุณหภูมิในห้องพลันสูงขึ้นอย่างเงียบงัน
“ที่รัก วันนี้เราไปหมู่บ้านอวิ๋นซานกัน”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น คลายริมฝีปากนุ่มสีแดงระเรื่อของเธอ นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบไล้อยู่บนริมฝีปากนั้นไม่หยุด
“ชางโม่~”
กู่ยวี่ออดอ้อน กอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย เสียงหวานนุ่มบ่งบอกชัดเจนว่าเธอยังอยากจูบอีก ชางโม่จนใจ ก้มลงจูบเธออีกครั้ง
ผ่านไปเนิ่นนาน
เสียงคำรามต่ำ ๆ อย่างจนใจดังขึ้นในห้อง ตามด้วยเสียงขยับตัวแผ่วเบา ชายหนุ่มโอบเอวบางลุกจากเตียง กู่ยวี่มองเขาอย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่
ดูเหมือนเขาจะหงุดหงิด แต่คงไม่ได้โกรธเธอ
ชางโม่ทนสายตาไร้เดียงสาของกู่ยวี่ไม่ไหว จึงก้มลงจูบเธออีกครั้ง พลางพึมพำว่า “กลับมาเมื่อไร ฉันจัดการเธอแน่”
เขาแทบจะคลั่งอยู่แล้ว
“เราจะไปหมู่บ้านอวิ๋นซานกันเมื่อไร?”
กู่ยวี่ไม่ถือสา อย่างมากก็แค่จูบกับกอดพอดี เธอได้เก็บบุญกุศลด้วย แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ พลังเวทที่เสียไปเมื่อคืนก็ฟื้นกลับมาเกือบหมดแล้ว
ชางโม่จัดปอยผมที่ตกลงมาบนใบหน้าของเธอให้เข้าที่ มือใหญ่ลูบเรือนผมนุ่มสลวยเบา ๆ “ออกเดินทางตอนเช้า ถ้าไม่มีปัญหาใหญ่อะไร เราก็ไม่กลับฐานที่มั่นแล้ว ไปดูในป่ากัน”
“ข่าวจากทางซูรุ่ยหยวนบอกว่า พืชกับสัตว์เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ละวันไม่เหมือนกัน ต้องไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง”
