แต่ความรังเกียจแบบนี้ไม่ได้น่ารังเกียจ
แถมยัง...น่ารักนิด ๆ ด้วยซ้ำ
เสิ่นเจากระตุกมุมปาก ช่วงหลายปีที่ออกรบของนาง ลำบากกว่านี้ยังเคยผ่านมาก็ยังทนได้ แต่กว่าสิบปีก่อนหน้านี้นางใช้ชีวิตอย่างหรูหราสะดวกสบาย
จากหรูกลับไปลำบากมันยากจริง ๆ ตอนนี้ยังรับไม่ค่อยได้เลย
พักไปครู่หนึ่ง หัวหน้าทีมก็นำทุกคนเดินต่อเข้าไปด้านใน พลางแนะนำไปด้วย “ตอนนี้ที่ศูนย์เหล่านักศึกษาลงชนบท มีนักศึกษาชายอีกสิบคน นักศึกษาหญิงเจ็ดคน
พวกเธอจัดการที่พักช่วงบ่ายกับวันพรุ่งนี้ให้เรียบร้อย แล้วค่อยเริ่มงานวันมะรืน”
ระหว่างพูด ศูนย์นักศึกษาก็มาถึง
บ้านดินสีเหลืองแถวยาวประมาณห้าหกหลังนั่น
ซ้ายมืออยู่ของนักศึกษาชาย ขวามืออยู่ของนักศึกษาหญิง
ตรงกลางเป็นครัว
ไม่มีรั้วบ้าน หน้าบ้านเป็นลานดินกว้างใหญ่ ตากผักแห้งที่ไม่รู้จักชนิดอยู่
หัวหน้าทีมเคาะประตูทางฝั่งนักศึกษาหญิงก่อน แล้วจึงเคาะฝั่งนักศึกษาชาย
ไม่นาน ก็มีคนออกมาจากห้องทั้งสองฝั่ง
หัวหน้าทีมชี้ไปที่นักศึกษาหญิงคนหนึ่ง “นักศึกษาโจว เธอจัดการจัดสรรนักศึกษาหญิงที่มาใหม่สามคนนี้หน่อย”
นักศึกษาหญิงโหนกแก้มสูงคนหนึ่งก้าวมาข้างหน้า เห็นกู้ชิวกับหวังหนาน แววตาเลื่อนแวบของความริษยา
น้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ “ฉันชื่อโจวเสี่ยวเยี่ยน พวกเธอมากับฉัน”
นางพาสามคนเดินเข้าไปในห้อง ชี้ไปมุมไหนก็ไม่รู้ “ศูนย์นักศึกษามีที่จำกัด พวกเธอนอนตรงนั้นแล้วกัน”
กู้ชิวมองดูเตียงโครงเหล็กที่โยกเยกคล้ายจะพังลงมา อดแทบไม่เชื่อไม่ได้ “เราสามคนนอนเตียงเดี่ยวตัวเดียวกันเนี่ยนะ?”
เสิ่นเจาก็ขมวดคิ้วแน่น
ตรงมุมนั้นยังมีกระโถนวางอยู่ใบหนึ่ง...
นึกว่ามาถึงที่แล้วจะได้พักผ่อนสบาย ๆ ที่แท้ก็ยังมีเรื่องท้าทายอีก
หวังหนานก็รับไม่ได้ เอ่ยอย่างโกรธเคือง “อาศัยอะไรกัน พวกเธอมันรังแกกันชัด ๆ”
โจวเสี่ยวเยี่ยนหันมาอย่างรำคาญ “จะนอนก็นอน ไม่อยากนอนก็ไสหัวไป นี่ไม่ใช่บ้านของพวกเธอ
ฉันยังต้องไปทำงานตอนบ่ายอีก ไม่มีเวลามาถกเถียงกับพวกเธอ”
รู้แต่แรกแล้วว่าทางใต้งานยุ่งตลอดปี ตอนนั้นเลือกไปใช้แรงงานในชนบทลงใต้ดีกว่าสู้ไปมณฑลเฮยก็ได้ อย่างน้อยหน้าหนาวยังได้ขดตัวอยู่กับที่
ที่ไหนจะเหมือนตอนนี้ ทุกวันเหนื่อยจนหลังโค้งตรงแทบไม่ขึ้น
เสิ่นเจายืนอยู่ตรงตำแหน่งประตู ไม่ได้เข้าไป
หมุนตัวเดินตามหลังโจวเสี่ยวเยี่ยนออกมานอกห้อง หน้าห้องมีนักศึกษาหลายคนถือชามกำลังกินข้าวอยู่
เห็นนางออกมา ต่างสอดส่ายตามองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
นางกวาดตามองรอบหนึ่ง ไม่เห็นหัวหน้าทีม
กำลังจะเอ่ยปาก ทางนักศึกษาชายข้าง ๆ ก็มีคนถือชามออกมาด้วย
หนึ่งในนั้นคนที่ดูอายุมากที่สุดเอ่ยขึ้นก่อน “พวกเธอคือนักศึกษามาใหม่? ฉันชื่อจงเจิ้ง เป็นผู้ดูแลศูนย์นักศึกษา
พวกเธอเพิ่งมา ฉันจะบอกเรื่องกฎระเบียบของเราก่อน”
“เรื่องอาหารเรากินด้วยกัน นักศึกษาหญิงหมุนเวียนรับผิดชอบทำอาหาร ล้างชาม ซักเสื้อผ้า นักศึกษาชายพวกเราหมุนเวียนหาบน้ำ เก็บฟืน”
“เมื่อวานเราเพิ่งหมุนเวียนครบรอบหนึ่ง พรุ่งนี้ก็ถึงเวรพวกเธอแล้ว พวกเธอสามคนใครเริ่มก่อน?”
ทั้งสามคนไม่มีใครเอ่ยขึ้นก่อน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสิ่นเจาจับประเด็นสำคัญได้ก่อน “คุณกำลังบอกว่า เราต้องซักเสื้อผ้าให้นักศึกษาชายทุกคนเนี่ยนะ?”
จงเจิ้งขมวดคิ้ว สีหน้าเป็นราวกับเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
“ก็แน่นอน พวกเรายังต้องหาบน้ำ ผู้หญิงอย่างพวกเธอก็ควรปรนนิบัติดูแลผู้ชายมิใช่หรือ?”
กู้ชิวเหมือนเพิ่งตั้งสติได้ เบิกตากว้าง “พวกนายเกินไปแล้ว หาบน้ำวันหนึ่งแค่ออกแรงคนเดียว
แต่พวกเราต้องซักเสื้อผ้าพวกนายทุกคน พวกเราคือแม่พวกนายหรือไง?”
หวังหนานกระทืบเท้าปัง ๆ “ฉันยังไม่เคยซักเลยแม้แต่เสื้อผ้าพ่อฉัน”
กู้ชิวขมวดคิ้ว “นี่พวกนายมันกลั่นแกล้งรังแกกันชัด ๆ ฉันไม่ต้องใช้น้ำที่พวกนายหาบก็ได้ ฉันไม่ซักเสื้อผ้าให้พวกนายด้วย”
ศูนย์นักศึกษามีนักศึกษาชายตั้งสิบคน แต่ละวันจะมีเสื้อผ้ามากเท่าไหร่กัน
นี่มันจงใจรังแกกันชัด ๆ
จงเจิ้งหัวเราะเย็น “พวกเธอไม่มีสิทธิ์เลือก ระเบียบศูนย์นักศึกษาก็เป็นแบบนี้”
“แกมากล่าวอ้างระเบียบกับข้า?”
เสิ่นเจาโมโหขึ้นมาจริง ๆ แล้ว ถูกส่งมาอยู่ที่นี่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแต่แรกก็หงุดหงิดพออยู่แล้ว
ตอนนี้ยังมีคนอาจหาญมาเหยียบหัวแล้วตั้งกฎระเบียบ ฆ่าทิ้งเสียเลยดีกว่า
นางหยิบไม้พายที่ใช้ตีคนบนรถไฟออกมาจากกระเป๋า สวนกลับฟาดหนึ่งทีใส่หน้าจงเจิ้ง
‘เพล้ง!’
ถ้วยกระเบื้องเคลือบใบใหญ่แตกกระจาย ข้าวมันหวานเต็มชามหล่นเกลื่อนพื้นไปหมด
หน้าจงเจิ้งมีรอยแดงก่ำเป็นรูปไม้พาย แก้มปวดแสบร้อน
ตั้งแต่ได้เป็นผู้ดูแลศูนย์นักศึกษา นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกผู้หญิงทำร้ายจนสภาพนี้
ไม่ใช่ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกผู้หญิงตี
“แม่มึงเอ๊ย ใช้ข้าวกูมา!”
เขาหน้าตาดุร้าย ยกฝ่ามือขึ้น หมายจะสั่งสอนผู้หญิงคนนี้เสียหน่อย
กู้ชิวตาว่องไว
ถีบหนึ่งฟาดเข้าที่ก้นเขา ทำให้เขาเซถลาไป พลางคำรามกร้าว ๆ “บังอาจรังแกพี่น้องข้า ข้าจะฆ่าแก”
เสิ่นเจาหน้าเย็น ต่อให้ฟังไม่ออกก็รู้ว่าจงเจิ้งไม่ได้พูดดี ๆ แน่ ไม้พายในมือก็ฟาดลงกระโหลกศีรษะเขาอีกครั้ง
เปรี้ยง! หนึ่งที
“ท่านประธานเหมาก็ยังบอกว่า บทบาทสตรียิ่งใหญ่เทียมฟ้าครึ่งหนึ่ง แกอาศัยสิทธิ์อะไรให้เรามาปรนนิบัติดูแลแก”
ระหว่างพูดก็ทุบกบาลจงเจิ้งดังโป๊ก ๆ
เขาไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยสักนิด
โจวเสี่ยวเยี่ยนเห็นคู่ควงของตนถูกข่มเหง ก็วางชามไว้ตรงกรอบประตู พลางตะโกนเรียกคนอื่น
“พวกแกตาบอดกันหมดแล้วรี มาช่วยกันเร็ว!”
เหล่านักศึกษาเก่าคนอื่น ๆ เห็นท่าไม่ดี ก็รุมกันเข้ามาทันที ปากก็ร้องว่าเลิกตีกันได้แล้ว แต่ความจริงแต่ละคนก็ลงมือหนักไม่แพ้กัน เข้ามาลากเสิ่นเจากับกู้ชิวทั้งนั้น
เวินอี๋สวินกับจี้ไป๋ได้ยินเสียง
ก็พุ่งออกมาจากทางฝั่งนักศึกษาชาย เห็นคนมากมายรุมล้อมผู้หญิงสองคน ก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าสนามรบช่วยทันที
หวังหนานตอนแรกยืนอยู่ข้าง ๆ กอดอก ไม่คิดหาเรื่อง แต่ตอนชุลมุนไม่รู้ว่าใครอาศัยจังหวะนั้นมาลวนลามนาง
นางโกรธไม่สนว่าเป็นใคร คว้าได้ไม้ท่อนหนึ่งก็พุ่งเข้าสนามรบ
พลางร้องไห้พลางตะโกน “พวกนายเลิกตีกันได้แล้ว” พลางฟาดใส่หว่างขานักศึกษาชาย
ตะโกนอีกว่า “ใจเย็น ๆ กันหน่อย” ก็ฟาดอีกทีนึงใส่นักศึกษาชายเข้าให้
เสิ่นเจาไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่เว้น ไม่ปล่อยใครสักคน จนศึกใหญ่ขยายวงกว้างถึงยี่สิบกว่าคน
ไม้พายแกว่งเป็นภาพติดตาเหมือนตีตัวตุ่น
ตึง! หนึ่งกบาล แล้วก็อีกกบาล ตีพวกนั้นจนหัวโนไปทั้งแถว
กู้ชิวหันหลังชนกับนาง กรงเล็บแม่นางพญาขาวเก้าอินสะบัดดุจสายลมแรง
เด็กสาวคนนี้ดูอ่อนโยน แต่กลับมีพละกำลังมากอย่างไม่น่าเชื่อ งุ้มมือหนึ่งที แทบจะลึกถึงกระดูก
เสิ่นเจาคำนวณเวลา ตอนลงมือก็หลบจุดสำคัญ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ยั้งมือ
สายตาพวกเขาเมื่อกี้ทำให้ตนขยะแขยงนัก
เรื่องวุ่นวายครานี้ หากหนีออกจากศูนย์นักศึกษาได้ก็ดีสิ
โจวเสี่ยวเยี่ยนถูกต่อยไปสองหมัด ล้มลงแล้วก็ใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานออกมาจากฝูงชน ไม่สนใจผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับรังไก่หรือแผลบนหน้า
เซถลาหนีออกไปนอกศูนย์นักศึกษา
“หัวหน้าทีมคะ ช่วยด้วย!!”
น่ากลัวจริงๆ ถึงขนาดเล่นมีดกันเลย
เฮ่อเจี้ยนผิงเพิ่งกลับถึงบ้าน กำลังถือชามใหญ่ยืนซดข้าวอยู่ในลานบ้าน ข้าวในชามมีแต่หัวมัน มีแค่ข้าวกล้องเจือปนนิดหน่อย
ทันใดนั้นเปลือกตาขวากระตุก ก็ได้ยินเสียงโจวเสี่ยวเยี่ยนส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับผี
ติดตามมาด้วย ผู้หญิงที่หน้าตาอย่างกับผีนางหนึ่ง ผมเผ้ากระเซิง สำลีในเสื้อกันหนาวก็ปลิวกระจายขณะวิ่ง ภาพประหลาดจนแขาคิดว่าตัวเองเจอผีตอนกลางวันแสก ๆ จริง ๆ
“หัวหน้าทีม ช่วยด้วย!”
โจวเสี่ยวเยี่ยนวิ่งมาจนหอบหายใจไม่ทัน มือทั้งสองค้ำเข่า เงยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเลือดขึ้นมา
จนหัวหน้าทีมตกใจตะเกียบหลุดมือ
“แกเป็นอะไรไปเนี่ย มีผีไล่ตามหรือไง?”
“ฮู้! ฮู้! ฮู้... หัวหน้าทีม ที่มาใหม่... ที่มาใหม่จะฆ่ากันแล้ว ท่านรีบไปดูเถอะ”
คุณพระ
ศึกใหญ่เกือบยี่สิบกว่าคน นางเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต
“หา อะไรนะ?”
หัวหน้าทีมผุดลุกขึ้น
เปลือกตากระตุกถี่ ๆ หันขวับยัดชามใส่มือเมีย แล้วออกวิ่งเผ่น
แม่งเอ๊ย ไอ้พวกนี้อิ่มหัวมันต้มจนเกินไปรึไง
เพิ่งมาถึงก็หาเรื่อง กินข้าวยังไม่เป็นสุขเลย