แม่เฒ่าหลินเองก็รู้สึกน้อยใจ บ้านนี้อยู่ในระเบียบเรียบร้อยมาตลอด ลูกชายกับลูกสะใภ้ออกไปทำงาน ส่วนเธอก็ดูแลหลานชายหลานสาวและจัดการทุกอย่างในบ้านให้เรียบร้อย
เธอไม่ใช่คนใจแคบถึงขั้นไม่ยอมให้เด็ก ๆ เรียนหนังสือ เอาแต่สั่งให้ทำงาน
ไม่ว่าหลานชายหรือหลานสาวต่างก็เคยเรียนหนังสือกันทั้งนั้น เด็กผู้ชายเรียนหนังสือแล้ว ต่อให้ไปทำงานอะไรก็จะได้อ่านออกเขียนได้ ไม่ถูกคนอื่นหลอกง่าย ๆ
ส่วนเด็กผู้หญิง ถ้าอ่านออกเขียนได้ก็จะหาครอบครัวดี ๆ แต่งเข้าไปได้
บ้านที่เห็นผู้ชายสำคัญกว่าผู้หญิงบางบ้านยอมส่งแต่ลูกชายไปเรียน ไม่ยอมให้ลูกสาวไป แต่เธอส่งพวกเด็กผู้หญิงไปเรียนด้วย ทว่าถ้าพวกเธอไม่อยากไปเอง หรือเรียนไม่ไหว แบบนั้นเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้ เธอเป็นแค่หญิงชราคนหนึ่ง จะดูแลได้มากมายขนาดนั้นที่ไหน
เพราะอย่างนี้ ลูกสะใภ้ทุกคนถึงยอมให้เธออบรมสั่งสอน
ไม่คิดเลยว่าเธอทำเพื่อครอบครัวนี้ตั้งมากมาย สุดท้ายกลับไม่มีใครจำความดีของเธอได้ ซ้ำยังคิดว่าเธอลำเอียงอีก
เธอยอมรับว่าลำเอียง แล้วจะทำไม นิ้วทั้งห้ายังยาวสั้นไม่เท่ากันเลย ต่อให้เธอลำเอียงก็มีขอบเขต ไม่เคยเอาทรัพย์สินส่วนรวมมาใช้ เธอไม่ติดค้างใครที่อยู่ตรงนี้ทั้งนั้น
หลินตงจื้อเบ้ปากลับ ๆ รู้อยู่แล้วว่าปู่จงใจพูดแบบนั้น ปู่กับย่าคนหนึ่งเล่นบทคนดี อีกคนเล่นบทคนร้าย เป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันจนชิน คนอื่นไม่รู้ แต่เธอรู้ดี
ผู้เฒ่าหลินตำหนิลูกชายคนที่สี่ก่อน จากนั้นก็ตำหนิลูกชายคนที่สามด้วย แล้วกำชับว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน ไม่ว่าเมื่อไร กระดูกหักก็ยังมีเส้นเอ็นยึดไว้ อย่าทำลายความสัมพันธ์พี่น้องเพราะเรื่องเล็กน้อย ทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าคิดเล็กคิดน้อย รู้จักให้อภัยกัน เรื่องวันนี้ให้จบลงแค่นี้ ต่อไปห้ามใครพูดถึงอีก และอื่น ๆ อีกมากมาย
