หลินตงจื้อมองแม่ที่นั่งร้องไห้อยู่ริมเตียงเตาด้วยแววตาจนใจ
เมื่อก่อนทำไมเธอถึงไม่รู้ว่าแม่ร้องไห้เก่งขนาดนี้นะ
มิน่าชาติที่แล้วถึงร้องไห้จนตาบอด น้ำตาเหมือนไหลไม่รู้จักหมด
ตั้งแต่เก็บข้าวของเสร็จกลับเข้าห้อง แม่ก็ร้องไห้ไม่หยุด บ้านเธอไม่มีนาฬิกา ตอนนี้ทั้งตระกูลหลินก็ไม่มีสักเรือน การไม่มีนาฬิกาช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย กะคร่าว ๆ แล้วแม่คงร้องไห้มาได้เป็นชั่วโมงแล้ว
“แม่ เลิกร้องได้ไหม หนูปวดหัวจนแทบระเบิดแล้ว” หลินตงจื้อพูดอย่างจนใจ
“ลูกนี่มันกล้าดียังไง ถึงกับทำฟ้าทะลุเป็นรู! อยู่ดี ๆ จะไปจ้องหาเรื่องห้องสี่ทำไม ย่าก็รับปากแล้วว่าจะให้ลูกไปเรียน ยังจะก่อเรื่องอีก เป็นเด็กทำไมไม่รู้จักพอเสียบ้าง” ซุนซื่อพ่าน ป้าสามหลิน แทบถูกลูกสาวทำให้ตกใจจนหัวใจวาย ต่อหน้าปู่กับย่าก็ยังกล้าหาเรื่องอาสี่กับอาสะใภ้สี่
ตอนนี้ชีวิตสงบสุขดีแค่ไหน เธอพอใจแล้ว อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายสงบสุขแบบนี้ ไม่เข้าใจเลยว่าลูกสาวจะก่อเรื่องไปทำไม มีชีวิตสบาย ๆ อยู่แล้วแท้ ๆ
“แม่คิดว่าหนูไม่ควรก่อเรื่องเหรอ เด็กร้องไห้ถึงจะได้กินขนมนะ ดูแม่กับพ่อสิ ไม่ร้องไม่โวยวาย เชื่อฟังจะตาย แล้วได้อะไรบ้างล่ะ หนูทำเพื่อพ่อกับแม่นะ ออกหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมให้พ่อกับแม่แท้ ๆ แต่พ่อกับแม่กลับมาตำหนิหนู ไม่เข้าข้างลูกสาวตัวเองเลยสักนิด หนูก็น้อยใจเหมือนกันนะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าต้องปกป้องลูกสาวตัวเอง มีแต่พ่อกับแม่นี่แหละที่เข้าข้างคนนอก”
หลินตงจื้อไม่พอใจพ่อแม่เรื่องนี้
