โรงพยาบาลเอกชน
เสิ่นชูหรานอุ้มท้องโต ตรวจครรภ์ทุกอย่างเสร็จด้วยตัวเอง
เธอลากขาที่บวมเป่งเดินไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก มือข้างหนึ่งยกขึ้นประคองเอวตามความเคยชิน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสิ่นชูหรานก็เห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตาอยู่ไกล ๆ ดูคล้ายสามีของเธอ
เขาอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขน ก้าวฉับ ๆ เข้าไปในแผนกสูตินรีเวช
“...”
สมองของเสิ่นชูหรานอื้ออึงขึ้นมาทันที เธอนิ่งงันด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
เมื่อเช้านี้ลู่เยี่ยนหมิงเพิ่งบอกกับเธอเองว่าจะไปทำงานต่างเมือง เพื่อลงนามในสัญญาสำคัญมาก ตอนนี้เขาควรจะอยู่บนเครื่องบินสิ
แล้วทำไมถึงมาอุ้มผู้หญิงอยู่ในโรงพยาบาลได้ แถมยังเป็นแผนกสูตินรีเวชอีก
เสิ่นชูหรานขยี้ตา หวังว่าตัวเองจะมองผิดไป
แต่...
แผ่นหลังนั้นเหมือนลู่เยี่ยนหมิงมากเกินไป คุ้นเคยจนฝังลึกอยู่ในกระดูก เธอไม่มีทางจำผิดแน่
ชั่วพริบตา ความคิดบางอย่างก็ผุดพรายขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจอย่างบ้าคลั่ง
หรือว่าลู่เยี่ยนหมิงจะนอกใจเธอทั้งที่ยังแต่งงานกันอยู่?
ลมหายใจของเสิ่นชูหรานสะดุด หัวใจปั่นป่วนราวคลื่นทะเล ความคิดยุ่งเหยิงไปหมด
เธออดยกเท้าตามไปเงียบ ๆ ไม่ได้
ตอนเดินสวนกับพยาบาลสองคน เธอได้ยินบทสนทนาของพวกหล่อน
“คุณผู้หญิงที่เพิ่งเข้าไปเมื่อครู่ไม่ธรรมดาเลยนะ คนที่อุ้มเธอคือประธานบริษัทลู่กรุ๊ป ลู่เยี่ยนหมิง”
“มิน่าล่ะ ฉันถึงรู้สึกว่าคุ้น ๆ เมื่อก่อนเห็นแต่ในโทรทัศน์ ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอตัวจริง หล่อจนบรรยายไม่ถูกเลย ไม่รู้สองคนนั้นเป็นอะไรกัน ดูสนิทสนมกันมาก”
“ต้องเป็นแฟนกันแน่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นรังไข่แตกเพราะทำกันรุนแรงเกินไป ถ้าไม่ใช่แฟน จะพามาโรงพยาบาลได้ยังไง”
“โห เรื่องเด็ดมาก”
“รักกันมาก แถมห้ามใจไม่อยู่ พอมีอะไรกันก็เลยควบคุมไม่อยู่...”
บทสนทนานั้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางศีรษะของเสิ่นชูหราน
เธอหยุดกึก ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายโงนเงนจนแทบยืนไม่อยู่
เป็นลู่เยี่ยนหมิงจริง ๆ เขานอกใจเธอจริง ๆ
หรือเพราะเธอตั้งครรภ์ จึงตอบสนองความต้องการทางเพศของเขาไม่ได้ เขาถึงออกไปหาความสุขข้างนอก?
หัวใจของเสิ่นชูหรานปวดร้าวเป็นระลอก ความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วร่าง โดยเฉพาะท้องน้อยที่ปวดเป็นพัก ๆ อย่างเห็นได้ชัด
ตอนกินข้าวเช้า เธอเอ่ยกับลู่เยี่ยนหมิงว่าอยากให้เขามาเป็นเพื่อนตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล
ก่อนหน้านี้เธอมาตรวจคนเดียวทุกครั้ง มองดูคุณแม่ตั้งครรภ์คนอื่นมีสามีคอยอยู่เคียงข้างดูแลแล้วก็รู้สึกแย่ไม่น้อย เพียงแต่ไม่เคยแสดงออกมาเท่านั้น
เป็นไปตามที่คาด ลู่เยี่ยนหมิงปฏิเสธเธอทันทีโดยอ้างว่างานยุ่ง ไม่แม้แต่จะพูดปลอบใจสักคำ ไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลย
ก่อนออกจากบ้าน เขายังจงใจพูดทิ้งท้ายว่า “คนที่อยากท้องคือคุณ เรื่องระหว่างตั้งครรภ์ก็จัดการเอง”
เสิ่นชูหรานพิงกำแพง ขอบตาเอ่อคลอ หัวใจเย็นเยียบลงทีละน้อย
งานยุ่งจนมาเป็นเพื่อนภรรยาตรวจครรภ์ไม่ได้ แต่กลับอุ้มผู้หญิงคนอื่นมาโรงพยาบาลได้
รังไข่แตก...
แค่คิดก็รู้แล้วว่าพวกเขาทำกันรุนแรงขนาดไหน!
เมื่อคิดถึงภาพลู่เยี่ยนหมิงกำลังเร่าร้อนจนเสียการควบคุมอยู่บนเตียงกับผู้หญิงคนอื่น หัวใจของเสิ่นชูหรานก็ราวกับถูกมีดกรีด
จากนั้นเธอก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา ก้มตัวลงขย้อนอยู่สองสามครั้ง
พยาบาลที่เดินผ่านเห็นท่าทางไม่สบายของเสิ่นชูหราน จึงรีบเข้ามาประคองให้เธอนั่งลง
“คุณเสิ่นที่เพิ่งตรวจครรภ์เมื่อครู่นี่นา”
“มาตรวจคนเดียวทุกครั้งเลย สามีคุณล่ะ?”
เสิ่นชูหรานยิ้มขื่นแล้วส่ายหน้า “เขางานยุ่ง ไม่มีเวลา”
“ผู้ชายคนนี้ไม่รับผิดชอบเอาเสียเลย” พยาบาลพูดอย่างขุ่นเคือง พลางมองเสิ่นชูหรานด้วยความเห็นใจ
“ไม่มีเวลาก็ต้องหาเวลามาเป็นเพื่อนภรรยาตรวจครรภ์สิ ยิ่งตอนนี้คุณเข้าสู่ช่วงท้ายของการตั้งครรภ์แล้ว ปวดเอว ขาบวม แถมเดินเหินไม่สะดวก มาหาหมอยิ่งต้องมีคนอยู่ด้วย”
เสิ่นชูหรานจิบน้ำอุ่น อาการคลื่นไส้บรรเทาลงบ้าง แต่ท้องน้อยยังคงปวดหน่วง ๆ
“คุณพยาบาลคะ ฉันไม่สบายท้อง”
พยาบาลปลอบอย่างใจเย็น “ไม่ต้องกลัวนะ อาจเป็นการบีบตัวหลอกของมดลูก เป็นอาการปกติในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ นอนสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสักหน่อยนะคะ”
เสิ่นชูหรานพิงเก้าอี้ สูดหายใจลึก ๆ พยายามผ่อนคลายและไม่คิดถึงเรื่องชวนให้กลุ้มใจเหล่านั้น
ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกอีกแล้ว
ภายใต้การดูแลและปลอบโยนของพยาบาล ผ่านไปครู่หนึ่ง อาการปวดท้องของเสิ่นชูหรานก็ทุเลาลง ฝ่ามือไม่ชื้นเหงื่อเย็นอีกต่อไป สีหน้าค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
“ตอนนี้ไม่ปวดแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” พยาบาลยิ้มให้
จากนั้นก็เอ่ยเตือนเสิ่นชูหรานด้วยความหวังดี
“แนะนำให้โทรหาคนในครอบครัวนะคะ ให้สามีมารับคุณที่โรงพยาบาล เขาไม่มีเวลามาเป็นเพื่อนตรวจครรภ์ อย่างน้อยก็น่าจะมีเวลามารับคุณใช่ไหมคะ”
สีหน้าของเสิ่นชูหรานชะงักเล็กน้อย เธอฝืนกำมือที่บวมเป่งแน่น แล้วเงยหน้ามองไปยังทางเดินหน้าห้องตรวจที่อยู่ไม่ไกล
ใครจะไปคิดว่าสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ อยู่ห่างจากเธอเพียงกำแพงกั้น และกำลังเป็นเพื่อนผู้หญิงคนอื่นตรวจภายในอยู่ในเวลานี้
โทรหาเขาก็คงไม่รับ ต่อให้รับสาย ก็คงไม่สนใจสิ่งที่เธอร้องขอ
ตลอดสามปีของการแต่งงาน ลู่เยี่ยนหมิงปฏิบัติต่อเธอเช่นนี้มาตลอด เย็นชา ห่างเหิน ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย
แทนที่จะเรียกว่าสามีภรรยา เรียกว่าเพื่อนร่วมห้องที่นอนแยกห้องกันยังจะเหมาะกว่า
มีเพียงตอนที่เขาต้องการระบายความต้องการทางกายเท่านั้น ถึงจะเป็นฝ่ายเดินมาหาเธอที่ห้อง
เขาไม่มีความอดทนจะเล้าโลม ตั้งแต่เริ่มจนจบไม่พูดสักคำ ไม่เคยจูบเธอด้วยซ้ำ
ดวงตาดำสนิทจ้องมองเธอ คิ้วคมเข้ม สีหน้าเย็นชาไร้ความสุขสมแม้แต่น้อย ราวกับหุ่นยนต์ที่ยังหายใจได้ พอเสร็จก็หันหลังเดินจากไป
เสิ่นชูหรานคิดว่าตัวเองไม่ได้หน้าตาขี้ริ้ว รูปร่างก็ไม่เลว เธอเชื่อฟังลู่เยี่ยนหมิงทุกอย่าง อ่อนโยน เอาใจใส่ ทำหน้าที่และความรับผิดชอบของภรรยาอย่างเต็มที่
แต่เขาไม่เคยมีสีหน้าดี ๆ ให้เธอเลย
แม้ภายหลังเธอจะตั้งครรภ์โดยไม่คาดคิด ท่าทีของลู่เยี่ยนหมิงก็ไม่ได้เปลี่ยนไป กลับเย็นชาและรังเกียจเธอยิ่งกว่าเดิม
เสิ่นชูหรานเข้าใจดีว่าเพราะเขาไม่ชอบเธอ เขาจึงไม่ชอบลูกในท้องของเธอด้วย
ลู่เยี่ยนหมิงไม่เคยคิดจะให้เธอคลอดลูกให้เขา ทุกครั้งเขาป้องกันอย่างรัดกุมไร้ข้อผิดพลาด
เพียงแต่ครั้งนั้นเขาดื่มเหล้าจนเมาเล็กน้อย พอเสียการควบคุมก็ประมาทไปชั่วขณะ จึงเผลอพลาดขึ้นมา
ที่เขายอมเก็บเด็กไว้ ไม่ยอมให้เธอไปเอาออก ก็เพราะวันที่รู้ว่าตั้งครรภ์ดันอยู่ที่บ้านเก่าพอดี ทุกคนในครอบครัวรู้เรื่องกันหมดแล้ว เขาจึงลงมือไม่ได้
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้”
“แต่ว่า...”
ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีเสียงดังมาจากอีกฟากของทางเดิน
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยใกล้เข้ามาทีละน้อย
เสิ่นชูหรานเงยหน้า สบเข้ากับดวงตาดำลึกล้ำของลู่เยี่ยนหมิง
ลู่เยี่ยนหมิงก็เห็นเธอเช่นกัน
ทั้งสองสบตากัน
เขายังคงอุ้มผู้หญิงคนนั้นไว้ในอ้อมแขน เสื้อคลุมพาดอยู่บนตัวหล่อน เขาปลอบโยนหล่อนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่คิดปิดบังความห่วงใยและทะนุถนอมที่มีให้เลยแม้แต่น้อย
พอเห็นเสิ่นชูหราน ลู่เยี่ยนหมิงก็ขมวดคิ้ว ใบหน้าเย็นชาลง
เขาไม่มีท่าทีร้อนตัวหรือตื่นตระหนกที่ถูกภรรยาจับได้แม้แต่น้อย และไม่มีเจตนาจะอธิบายอะไร
เขาปฏิบัติต่อเสิ่นชูหรานราวกับเธอเป็นอากาศธาตุหรือคนแปลกหน้า ถอนสายตากลับอย่างรวดเร็วและเย็นชา ก่อนเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
แผ่นหลังของชายหนุ่มทิ่มแทงหัวใจเสิ่นชูหรานอย่างลึกล้ำ
เขาจากไปได้อย่างสบายใจเช่นนี้ได้ยังไง?
เสิ่นชูหรานลุกพรวดขึ้น ช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ทำให้เธอมีโอกาสน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย จู่ ๆ ก็รู้สึกเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ทรมานเหลือเกิน
พยาบาลรีบยื่นมือมาประคองเธอไว้
คนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เสิ่นชูหรานประคองร่างที่โงนเงนให้ยืนมั่น ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
เธอไม่สนใจแล้วว่าต้องรักษาหน้าหรือเรื่องในครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายให้คนนอกรู้ อดทนต่อความเจ็บปวดรวดร้าวในใจ แล้วตะโกนเรียกชื่อชายคนนั้นต่อหน้าทุกคน
“ลู่เยี่ยนหมิง!”