“โย่วโย่ว เธอทำอะไรน่ะ รีบปล่อยเดี๋ยวนี้!”
แม่สวี่สะดุ้งตกใจ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ในฐานะทนายความ เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ยุ่งยากเพียงใด
หากแสดงท่าทีอ่อนข้อเกินไป ก็จะดูเหมือนสมรู้ร่วมคิดกับสวี่เอินโยวในการเล่นละคร แต่ถ้าปล่อยให้สวี่เอินโยวก่อเรื่องต่อไป สถานการณ์ก็จะยิ่งบานปลาย
ระหว่างที่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม่สวี่ก็อดรู้สึกขุ่นเคืองสวี่เอินโยวขึ้นมาไม่ได้
เธอกับสามีเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาหลายปี ไม่เคยเรียกร้องให้ตอบแทนอะไร แล้วทำไมถึงต้องทำให้พวกเขาสองสามีภรรยาตายด้วยหรือ?
ทว่าฉู่เหยากลับรับมือกับการตามตอแยของสวี่เอินโยวอย่างสงบนิ่ง เธอโบกมืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกจับไว้ แล้วหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่วิ่งเข้ามาว่า “แจ้งตำรวจ บอกว่ามีคนก่อกวนและใส่ร้ายป้ายสีอยู่ตรงนี้”
เดิมทีสวี่เอินโยวหวังให้ฉู่เหยาสะบัดเธอออกแรง ๆ เพื่อจะได้ล้มลงกับพื้น แล้วทำให้คนที่ผ่านไปมาเข้าใจผิดมากขึ้น
แต่ฉู่เหยากลับมีท่าทีเรียบเฉยเช่นนี้ ทำให้เธอไม่รู้จะเล่นละครต่ออย่างไรดี
“ฉู่เหยา เธอจำเป็นต้องบีบฉันให้จนตรอกขนาดนี้เลยหรือ?”
หลายวันมานี้เธอคอยสังเกตแล้วว่าเวลาเลิกงานของหลี่ฉงโจวค่อนข้างแน่นอน อีกไม่นานเขาก็น่าจะกลับมาถึง
ขอแค่ทำให้เรื่องนี้ใหญ่โตจนเขาเห็นว่าฉู่เหยารังแกคนอื่นมากแค่ไหน เป้าหมายของวันนี้ก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
“สวี่เอินโยว ถ้าเธอมีอาการหลงผิดก็รีบไปโรงพยาบาลเถอะ เมื่อวานฉันบอกไปแล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเธอไม่เกี่ยวกับฉัน”
“แต่ช่วงนี้ฉันก็มีเรื่องกับเธอแค่คนเดียว! แล้วทำไมครอบครัวฉันถึงมาเกิดเรื่องขึ้นตอนนี้พอดี โลกนี้จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง?”
