พี่น้องตระกูลเวิงเลือกเจียงซวี่เหิง นอกจากเหตุผลอื่นแล้ว ยังมีข้อได้เปรียบอีกอย่าง นั่นคือเขาเป็นประธานสภานักเรียน
สถาบันหวยจิ่นเป็นโรงเรียนชนชั้นสูง อำนาจของสภานักเรียนจึงมีมาก แทบจะเป็นรองเพียงคณะกรรมการบริหารเท่านั้น
ดังนั้นค่ายฤดูหนาวครั้งนี้ นอกจากอาจารย์ที่คอยดูแลไม่กี่คนแล้ว กิจกรรมส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของสภานักเรียน
พนักงานบริการเจอปัญหาแล้วมาคุยกับเจียงซวี่เหิง จึงนับว่าสมเหตุสมผล
เพียงแต่ค่ายฤดูหนาวครั้งนี้จัดร่วมกันโดยสองโรงเรียน ทางฉงฮุยเองก็มีประธานสภานักเรียนหญิงที่สามารถดูแลภาพรวมได้ แถมยังนั่งอยู่ข้างหลู่เสวี่ยอิงและร่วมโต๊ะเดียวกับฉู่เหยา
พนักงานบริการกลับข้ามเธอไปหาเจียงซวี่เหิง ย่อมมีคนแอบสั่งการอยู่เบื้องหลัง
แต่ในเวลานี้ เจียงซวี่เหิงยังไม่ทันสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติ
อย่างไรเสียเขาก็ไม่รู้ว่าคนในงานมีใครบ้างที่สั่งน้ำผลไม้
เขารู้เพียงว่าฉู่เหยาต้องเป็นหนึ่งในนั้น
นับตั้งแต่เหตุการณ์งานเต้นรำหน้ากาก ฉู่เหยาก็ไม่แตะแอลกอฮอล์เมื่ออยู่ข้างนอกอีกเลย
เขามองแก้วตรงหน้าฉู่เหยา แล้วพบว่าน้ำในแก้วพร่องไปกว่าครึ่ง ทันใดนั้นก็เข้าใจว่าเธอเผลอดื่มไวน์ร้อนแทนน้ำผลไม้เข้าไปแล้ว
ชั่วขณะหนึ่ง เจียงซวี่เหิงนึกอยากบอกเฮ่อหลิ่นให้พาฉู่เหยากลับห้องไปพักผ่อน
แต่เพียงครู่ถัดมา ความคิดอีกอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่
เฮ่อหลิ่นดูแลเธอไม่ดี แล้วทำไมคนที่พาเธอกลับห้องถึงจะเป็นเขาไม่ได้ล่ะ?
เจียงซวี่เหิงทอดสายตาไปยังเฮ่อหลิ่น เห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่ริมสระ กำลังพนันกับหลู่ซีเหนียนว่าใครจะว่ายถึงเส้นชัยก่อน จู่ ๆ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างซับซ้อน
ทำไมเขาถึงต้องพ่ายแพ้ให้คนไม่รู้จักโตแบบนี้ด้วย?
ต่อให้ฉู่เหยากำลังนั่งคุยกับกลุ่มสาว ๆ เฮ่อหลิ่นก็ไม่ควรปล่อยตัวตามสบาย วิ่งไปเล่นเกมไร้สาระกับหลู่ซีเหนียนอยู่คนเดียว
