“ใช่! มีคนในชมรมชวนฉันไป แต่ฉันยังไม่แน่ใจว่าจะไปดีหรือเปล่า”
ฉู่เหยาเพิ่งพูดจบ น้ำเสียงของเฮ่อหลิ่นก็พลันแฝงความอันตรายขึ้นมาเล็กน้อย
“ใครในชมรมชวนคุณ?”
หลู่ซีเหนียนตายไปแล้วหรือไง ถึงปล่อยให้คนอื่นมาแย่งลูกสมุนตัวน้อยของเขาต่อหน้าต่อตา?
“รุ่นพี่ปีสองคนหนึ่งค่ะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าวันนั้นจะว่างไหม เลยยังไม่ได้ตอบตกลงชัดเจน เธอคงผิดหวังนิดหน่อย ก็เลยไปชวนคนอื่นแล้ว”
ความคิดที่จะไปหาเรื่องคนอื่นของเฮ่อหลิ่นสลายไปทันที เขาถามต่อว่า “คุณจะไปงานปาร์ตี้ที่ไหน?”
ฉู่เหยาจึงตอบตามตรงว่า “ได้ยินคนในชมรมบอกว่า มีบาร์ชื่อเยี่ยเซ่อ ปีนี้ของรางวัลในงานปาร์ตี้เป็นเพชรสีน้ำเงินเม็ดหนึ่งที่ราคาแพงมาก ดึงดูดคนมาร่วมงานได้เยอะ ฉันเลยอยากไปดูค่ะ”
“เยี่ยเซ่อ?”
สีหน้าของเฮ่อหลิ่นแปลกไปชั่วขณะ ก่อนจะถามต่อว่า “คุณอยากได้เพชรสีน้ำเงินเม็ดนั้นหรือ?”
เขารู้ว่าเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังเยี่ยเซ่อเป็นใคร
สงสัยมู่หยุนเฉิงเจ้าหมอนั่นจะติดขัดเรื่องแรงบันดาลใจอีกแล้ว ถึงได้คิดอะไรแบบนี้ขึ้นมา
ฉู่เหยาได้ยินคำถามของเฮ่อหลิ่นก็ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “ถึงฉันจะเรียนรู้อะไรได้เร็ว แต่กิจกรรมที่มีลักษณะคล้ายการประกวดนางงามแบบนี้ ฉันก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะได้ค่ะ แค่เมื่อก่อนฉันเห็นคนอื่นแต่งตัวประหลาด ๆ ออกไปข้างนอกช่วงวันฮาโลวีนบ่อย ๆ แต่ตัวเองไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้เลย ก็เลยแค่อยากรู้อยากเห็นนิดหน่อย”
