“เหยาเหยา—”
เพยอวี่เพิ่งจะอ้าปากอธิบาย ทางฉู่เหยาก็ตัดสายไปเสียแล้ว
“ไปสืบมาว่าใครปากมากพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเธอ!”
เพยอวี่ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องทำงาน ทิ้งคำสั่งไว้กับผู้ช่วยฟางประโยคหนึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าไปหาฉู่เหยาทันที
ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าลิฟต์ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าไม่รู้ว่าฉู่เหยาอยู่ที่ไหน จึงรีบโทรหาคนขับรถของเธอทันที
“ตอนนี้คุณนายอยู่ที่ไหน?”
ทางคนขับเองก็กระวนกระวายแทบแย่
“เช้านี้คุณนายออกจากบ้านแต่เช้า ให้ผมไปส่งที่สถาบันชงชาจิ้งหมิง แต่เมื่อครู่ออกจากสถาบันมา จู่ ๆ เธอก็ไม่ให้ผมตามแล้ว... ตอนนี้ผมทำได้แค่ขับตามแท็กซี่ที่เธอเรียกอยู่ห่าง ๆ ครับ”
“งั้นก็ตามให้ดี อย่าคลาดสายตาเด็ดขาด พอเธอจอดรถแล้วส่งพิกัดมาให้ผม”
“ครับ คุณชาย”
เมื่อเพยอวี่ยืนยันได้ว่าฉู่เหยาไม่ได้หายไปไหน เขาก็สงบลงได้บ้าง
เขาลองโทรหาฉู่เหยาอีกครั้ง แต่เสียงที่ดังมาจากหูฟังคือ “หมายเลขที่ท่านเรียกอยู่นอกเขตให้บริการ”
—ฉู่เหยาบล็อกเขาแล้ว
เพยอวี่สูดหายใจลึก ก่อนจะลองติดต่อฉู่เหยาผ่านวีแชทและแอปโซเชียลอื่น ๆ แต่ผลก็เหมือนกันทั้งหมด เขาถูกบล็อกเรียบร้อย
ผลลัพธ์นี้ทำให้ใจเพยอวี่หนักอึ้ง
เพราะเขารู้ว่าครั้งนี้ฉู่เหยาเจ็บปวดจริง ๆ
เรื่องที่เขาปิดบังมาตลอดถูกคนอื่นพูดออกมา เพยอวี่ทั้งโกรธทั้งรู้สึกประหลาดใจ แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกมั่นคงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ราวกับอุปสรรคเสี้ยวสุดท้ายที่ขวางกั้นระหว่างเขากับฉู่เหยาได้ปรากฏเป็นรูปธรรมแล้ว
หากข้ามมันไปไม่ได้ ฉู่เหยาก็จะจากเขาไป แต่ถ้าข้ามไปได้ ระหว่างพวกเขาก็จะไม่มีอุปสรรคใด ๆ อีก
