เฮ่อหลิ่นรีบถามทันทีว่า “หมายความว่ายังไง?”
เจียงซวี่เหิงกับหลู่ซีเหนียนก็หันมามองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ก็หมายความตามตัวอักษรนั่นแหละ!”
ฉู่เหยาพูดพลางเปิดโพสต์ในวันที่เดิมพันขึ้นมา แล้วหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เฮ่อหลิ่นดู
“ตอนนั้นฉันเป็นคนแก้ไขส่วนที่เกี่ยวกับข้อตกลงเดิมพันเอง คุณลองอ่านให้ละเอียดได้เลย”
เฮ่อหลิ่นรับโทรศัพท์จากฉู่เหยา แล้วอ่านทีละคำทีละประโยค
เขายังไม่ทันอ่านได้ความ หลู่ซีเหนียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะออกมาเสียก่อน
“เดิมพันของเธอคือ ถ้าชนะ สองคนนั้นต้องขอโทษพวกคุณทั้งคู่ แต่โอนเงินให้เธอคนเดียวสินะ?”
“ใช่! ตอนแรกฉันถูกลากเข้าไปเกี่ยวกับการเดิมพันนี้ทั้งที่ไม่เต็มใจ คนอื่นทำให้ฉันเดือดร้อน ฉันจะไปเรียกร้องเงินเดิมพันคนละหนึ่งแสนให้เธอทำไม?”
“แต่ตอนนั้นสวี่เอินโยวไม่เห็นช่องโหว่ในข้อตกลงเดิมพันหรือไง? ต่อให้คนนอกไม่อ่านให้ละเอียด แต่ในฐานะคู่เดิมพัน เธอก็น่าจะไม่พลาดกับดักทางถ้อยคำแบบนี้นะ?”
หลู่ซีเหนียนไม่เชื่อหรอกว่าคนที่สามารถซุ่มรออยู่กลางดึกเป็นชั่วโมงเพื่อหาโอกาสเล่นงานคนอื่น จะสะเพร่าถึงขนาดนั้น
เหอหมินกับหลิวยวี่เคอที่เป็นยัยโง่สองคนนั้นอาจไม่ทันสังเกต ยังพอเป็นไปได้
ถึงอย่างไรคุณหนูบ้านคนรวยอาจไม่ใส่ใจเงินแค่นี้ก็ได้
ฉู่เหยายักไหล่ แบมือออกแล้วพูดว่า “อันนั้นฉันก็ไม่รู้ อาจเพราะเธอมองเงินเป็นแค่เศษดินมั้ง!”
แน่นอนว่าเธอรู้ว่าสวี่เอินโยวไม่ทักท้วงเรื่องนี้ในตอนนั้นเพราะอะไร
เพราะตั้งแต่แรก สวี่เอินโยวก็คิดจะผลักเธอออกไปเป็นแพะรับบาป เพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์
ถ้าสามารถสานสัมพันธ์กับหลู่ซีเหนียนได้สำเร็จ ก็จะได้ผลประโยชน์มากกว่า สวี่เอินโยวรู้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน และยินดีสละเงินเดิมพันที่อาจมีแค่หลักแสน เพื่อแลกกับภาพลักษณ์สูงส่งของ “ผู้ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี”
ส่วนฉู่เหยาในตอนนั้น ในฐานะตัวถ่วง ทั้งไม่ได้เงิน แถมยังถูกกล่าวหาว่าโกง กลายเป็นคนไร้ค่าที่ทั้งน่ารังเกียจและเห็นแก่เงิน ซึ่งก็พอดีจะขับให้ดอกไม้อ่อนพริ้งที่ไม่ยอมแพ้อย่างสวี่เอินโยวดูสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
