เมื่อเข้าไปในห้องทำงานของประธานและปิดประตูลง หลู่ซีเหนียนก็กลับมาวางท่ากับลูกน้องเหมือนปกติ เขากอดอกพลางบอกว่า “ไปคุยเงื่อนไขกับเธอเอง บอกไปว่านายช่วยให้เธอข้ามขั้นตอนตรวจสอบทรัพย์สินกับตรวจสอบกิจการของตระกูลได้ แล้วเข้าร่วมการประเมินได้เลย แต่มีข้อแม้อยู่ข้อหนึ่ง อย่าเปิดโอกาสให้เธอมาตามตื๊อฉัน”
“พี่หลู่ วางใจได้เลยครับ! เธอต่อรองกับผมตั้งนาน ถ้าไม่ยอมรับปากอะไรสักอย่าง ผมก็ไม่ปล่อยให้เธอสมหวังง่าย ๆ หรอกครับ!”
อันที่จริง ช่วงนี้พวกพ้องของเฮ่อหลิ่นที่พยายามจีบสวี่เอินโยวกำลังเล่นเกมเผาโกดังกันอยู่ชัด ๆ
การกลั่นแกล้งในรั้วมหาวิทยาลัยที่เห็นกันโต้ง ๆ แบบนั้น ที่จริงเป็นเพียงเรื่องสนุกที่นักเรียนสายทรัพย์สินระดับล่างสุดในมหาวิทยาลัยชอบทำกัน
ส่วนคนที่อยู่สูงขึ้นไปกลับไม่ค่อยชอบวิธีตรงไปตรงมาแบบไร้สมองเช่นนั้น แต่ชอบใช้ประโยชน์จากธรรมชาติมนุษย์ เอาสิ่งเล็กน้อยที่แทบไม่มีความหมายสำหรับตัวเองไปแลกกับความสนุกจากการทำลายจิตใจคนอื่นมากกว่า
การเผาโกดังเป็นวิธีที่พวกเขาใช้กันบ่อยที่สุด
คำว่าเผาโกดังมาจากเรื่องสั้นของมุราคามิ ฮารูกิ เดิมทีหมายถึงลูกเศรษฐีคนหนึ่งที่คอยวางเพลิงเผาโกดังเก็บผลผลิตของชาวบ้านซึ่งถูกทิ้งร้างและไม่มีใครดูแลเป็นระยะ ๆ เพื่อระบายความปรารถนาที่จะทำชั่วของตน แต่เพราะไม่มีใครใส่ใจโกดังเหล่านั้น พอถูกเผาแล้วก็ไม่มีใครตามสืบ สุดท้ายลูกเศรษฐีก็ไม่ต้องรับผลใด ๆ
สิ่งที่เสียไปเพียงอย่างเดียวคงเป็นแรงที่ใช้เลือกเป้าหมายให้เหมาะสม กับเงินที่ใช้ซื้อน้ำมันเบนซิน
