หลังจากลั่วเสวี่ยเว่ยไปได้ไม่นาน หลินเซี่ยก็ได้รับข้อความจากอาจารย์ที่ปรึกษา ให้พวกเขาเตรียมตัวไปประชุมประจำห้อง
พอดูเวลาก็พบว่าตอนนี้สี่โมงกว่าแล้ว หลินเซี่ยรู้สึกว่าวันนี้ผ่านไปโดยที่ตัวเองแทบไม่ได้ทำอะไรเลย
ตั้งแต่มาถึงเมืองหลินไห่เมื่อช่วงเช้า เวลาส่วนใหญ่ของวันนี้ก็หมดไปกับลั่วเสวี่ยเว่ย
แต่จะว่าเสียเวลาไปทั้งหมดก็คงไม่ใช่ อย่างน้อยก็ได้เงินมาเพิ่มตั้งแสนห้า
เวลาเหลือไม่มาก หลินเซี่ยจึงทำตามที่ลั่วเสวี่ยเว่ยบอก เดินไปร้านวาเลนติโน่แล้วซื้อเสื้อผ้ามาชุดหนึ่งแบบส่งๆ
ใครจะคิดว่าพอเขาบอกชื่อของลั่วเสวี่ยเว่ย พนักงานก็โทรไปยืนยันก่อนจะปล่อยให้เขาหิ้วเสื้อผ้าออกมาโดยไม่เก็บเงินสักบาท
หลินเซี่ยถึงกับงง คิดว่าร้านนี้อาจเป็นของลั่วเสวี่ยเว่ยหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเรียกแท็กซี่กลับมหาวิทยาลัยหลินเจียงทันที ตั้งใจจะจัดของในหอพัก แล้วค่อยขนออกไปตอนเย็น
ถึงจะยังหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ในเมื่อรับปากอีกฝ่ายว่าจะไปอยู่ด้วยแล้ว จะกลับคำก็ไม่ค่อยเหมาะ
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผู้หญิงคนนั้นไปฟ้องแม่เขาอีก หลินเซี่ยรู้สึกว่าตัวเองคงถูกไล่ออกจากบ้านแน่
เมื่อกลับถึงหอพัก หลินเซี่ยผลักประตูเข้าไป ก็เห็นเฉินห่าวกับคนอื่นๆ นั่งล้อมวงคุยอะไรกันอยู่ พอเห็นเขากลับมา ทุกคนก็หันมามองพร้อมกัน
“มองอะไรกัน!”
พอโดนผู้ชายสามคนจ้อง หลินเซี่ยก็ใจหายวาบ ระวังตัวขึ้นมาทันที
“พี่เซี่ย เมื่อกี้นายไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้?”
พอได้ยินว่าแค่ถามว่าไปไหนมา หลินเซี่ยก็โล่งอก วางถุงเสื้อผ้าในมือลงตรงที่ของตัวเอง
“ไปซื้อเสื้อผ้ามา”
“ให้ตายสิ ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมไม่เห็นนายเอากระเป๋าเดินทางมาด้วย ที่แท้กะจะซื้อเสื้อผ้าเอาใหม่หมดเลยเหรอ บ้านนายรวยขนาดนั้นเชียว?” เฉินห่าวถามอย่างประหลาดใจ
