หลินเซี่ยเพิ่งรับสายจากแม่ตัวเองได้ ก็โดนคลื่นเสียงระเบิดใส่ทันที
“ยังรู้ด้วยเหรอว่าฉันเป็นแม่แก! ฉันกำชับแกไว้ยังไงบ้าง? เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันก็ลืมหมดแล้วหรือไง?”
หลินเซี่ยเกือบโดนตะคอกจนหูอื้อ พูดตามตรง เขาแทบไม่เคยเห็นแม่ตัวเองโกรธขนาดนี้มาก่อน
แต่เจ้าตัวกลับทำหน้างงงวย รีบอธิบายว่า “แม่ ผมไม่ได้ลืมนะ แม่บอกให้ผมมาเรียนที่มหาวิทยาลัย ตั้งใจเรียนทุกวัน เข้านอนเร็วตื่นเช้า แล้วก็กินข้าวให้ดี ผมจำได้ชัดเจนทุกอย่างเลย”
“ใครพูดเรื่องนั้นกัน!!!”
เสียงซูชิงหวี่ที่ฟังดูขุ่นเคืองดังมาจากโทรศัพท์ เธอถามหลินเซี่ยว่า “เมื่อเช้าแม่พูดกับแกทางโทรศัพท์ว่ายังไง?”
“เมื่อเช้าเหรอ?”
หลินเซี่ยพยายามนึก แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ามีเยอะเหลือเกิน
โดยเฉพาะหลังจากเจอเรื่องไม่คาดฝันในป่าเล็ก ๆ สมองของเขาก็แทบว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
“เรื่องที่แม่เพิ่งพูดกับแกเมื่อเช้า ลืมหมดแล้วหรือไง? รีบขอโทษเสี่ยวเว่ยที่อยู่ตรงหน้าแกเดี๋ยวนี้เลย”
“หา???”
หลินเซี่ยกำลังคิดอยู่ว่าเสี่ยวเว่ยที่ไหนกันที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่พอเงยหน้าขึ้น ใบหน้าแสนคุ้นเคยที่เย็นชาและงดงามก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง ราวกับจู่ ๆ ก็โผล่มาจากอากาศธาตุ
“อ๊าก!!!”
หลินเซี่ยตกใจจนขวัญหนี มือถือกระเด็นหลุดมือ ตัวเขากระโดดขึ้นสูงเหมือนเห็นผี
ไม่สิ ผียังไม่น่ากลัวขนาดนี้เลย
ตอนที่หลินเซี่ยตกใจจนกระโดดโหยง ลั่วเสวี่ยเว่ยก็ยื่นมือออกมาอย่างรวดเร็ว มือซ้ายรับโทรศัพท์ที่เขาทำหลุดไป ส่วนมือขวาคว้าแขนของเขาที่กำลังกระโดดขึ้น ก่อนจะดึงเขาไปนั่งบนแท่นหินข้าง ๆ
