รถยนต์สีดำค่อย ๆ แล่นเข้าสู่หมู่บ้านจัดสรรอันเงียบสงัด ความเร็วค่อย ๆ ลดลง ในวันปกติย่านที่อยู่อาศัยแห่งนี้ไม่เคยเงียบเหงา กลางวันมักมีคนชราและเด็ก ๆ ออกมานั่งรับลม พูดคุย และวิ่งเล่นกัน
แต่บัดนี้ ทั้งย่านกลับเงียบงันจนน่าขนลุก แม้แต่เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ก็ยังฟังดูสะดุดหูเป็นพิเศษ
หลังข่าวคดีฆาตกรรมยกครัวอันโหดเหี้ยมแพร่กระจายออกไป ความหวาดกลัวก็ปกคลุมอาคารชุดทั้งหลังราวกับเมฆหมอกมืด และลุกลามไปถึงบ้านใกล้เคียงหลายหลัง
ผู้คนย่อมยำเกรงความเป็นความตายและหวาดกลัวสิ่งอัปมงคล ยิ่งคดีนี้เต็มไปด้วยข้อสงสัย ทั้งแปลกประหลาดและผิดปกติ ไม่หลงเหลือร่องรอยของคดีฆาตกรรมทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
ข่าวลือแพร่สะพัด ผู้คนหวาดผวา บางครอบครัวกลัวว่าจะเผลอพัวพันกับสิ่งอัปมงคลและนำภัยมาสู่ตัว จึงย้ายออกไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว
ลานกลางหมู่บ้านที่เคยคึกคักพลันกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเปลี่ยว ร้างผู้คน
ทางเดินในอาคารเงียบสนิทไร้เสียง มีเพียงลมที่พัดกรูผ่านช่องทางเดิน กระแทกผนังอันว่างเปล่าจนเกิดเสียงคร่ำครวญแผ่วเบา ความเย็นเยียบแผ่ซ่านเข้าปะทะเป็นระลอก ทำให้คดีฆาตกรรมไร้ที่มาที่ไปนี้ยิ่งลึกลับน่าพรั่นพรึง
สมาชิกหน่วยเจ็ดขับรถมาถึงใต้ตึก จัดเตรียมตัวให้เรียบร้อยแล้วจึงเข้าไปในอาคารที่เกิดเหตุ
ทันทีที่ผลักประตูบ้านของผู้ตายเข้าไป กลิ่นฉุนปนกันระหว่างกลิ่นคาวเลือดเก่ากับไออำมหิตเย็นยะเยือกก็พุ่งเข้าปะทะ แม้เวลาจะผ่านมาหลายวันแล้ว กลิ่นยังคงเข้มข้นจนทำให้แน่นหน้าอกแทบหายใจไม่ออก ราวกับความเคียดแค้นของผู้ตายไม่เคยสลายไป ยังคงยึดครองบ้านหลังนี้อย่างไม่ยอมปล่อย
ทุกคนหยิบหน้ากาก ถุงมือ และถุงคลุมรองเท้าออกมาสวมใส่จนเรียบร้อยอย่างรู้ใจกัน เมื่อเตรียมตัวครบถ้วนแล้วจึงก้าวเข้าสู่ที่เกิดเหตุอย่างมั่นคง
สภาพภายในบ้านยังคงโหดร้ายจนชวนสยดสยอง ผนัง พื้น แม้แต่ขอบเฟอร์นิเจอร์และเพดาน ล้วนมีคราบเลือดกระเซ็นแห้งกรังดำคล้ำทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ดูด่างพร้อยและน่าสะพรึงกลัว
เฟอร์นิเจอร์ที่ล้มระเนระนาดกับสิ่งของที่กระจัดกระจายเต็มพื้น บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าที่นี่เคยเกิดการต่อสู้เอาชีวิตรอดที่ดุเดือดและโหดร้ายเพียงใด
