คนทั้งสามที่ยังไม่คุ้นเคยกับเสื้อผ้าบุรุษ เดินเก้ ๆ กัง ๆ เพิ่งพ้นประตูเรือน ก็ได้ยินเสียงกลองและฆ้องดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก
เซี่ยเจี่ยนซียืนอยู่บนระเบียงทางเดินชั้นสอง มองลงไปด้านล่าง ก็พบว่าโถงใหญ่ชั้นล่างอัดแน่นไปด้วยผู้คน
โถงใหญ่ของหอจุ้ยเซียง ตรงกลางมีเวทีแห่งหนึ่ง ปกติจะมีหญิงคณิกาเริงระบำขับร้องอยู่บนนั้น ทว่าวันนี้ บนเวทีนั้นกลับมีสตรีผู้หนึ่งในชุดกระโปรงผ้าบางสีชมพูยืนเด่นเป็นสง่า
นางผู้นั้นดูรูปร่างเล็กบอบบาง มือที่ถือพัดขนนกยังอวบอิ่มอย่างเด็กทารก เห็นได้ชัดว่ายังอยู่ในวัยเพิ่งปักปิ่น
ทว่าเด็กสาวที่ดูตัวเล็กเช่นนี้ กลับต้องกลายเป็นไม้เงินไม้ทองที่กำลังจะบานสะพรั่งในหอนางโลม
นางยืนอยู่ตรงนั้น เยี่ยงสินค้าที่รอผู้เสนอราคาสูงสุด และใต้เวที อัดแน่นไปด้วยสุนัขป่าที่นัยน์ตาเปล่งแสงสีเขียว กำลังรอให้เคาะฆ้องกำหนดราคา เพื่อจะได้นางงามบอบบางเยาว์วัยนั้นมากุมไว้ในมือ
ฉือเวยเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัดใจ "พวกสัตว์เดรัจฉาน!"
ในขณะนั้นเอง จู่ ๆ ชั้นล่างก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้น
เซี่ยเจี่ยนซีที่ยืนอยู่บนระเบียงทางเดินมองลงไปตามสัญชาตญาณ แม่เล้าเถาฮวาที่เมื่อครู่ยังเตรียมเสื้อผ้าให้นางอยู่ ตอนนี้เปลี่ยนชุดแล้วยืนอยู่บนเวทีชั้นล่าง
แม่เล้าเถาฮวาเปลี่ยนจากชุดกระโปรงที่ดูงามบริสุทธิ์ มาเป็นชุดผ้าบางสีชมพูสดใสสว่างตา บนศีรษะยังเสียบดอกโบตั๋นแดงสดขนาดใหญ่ดูฉูดฉาด ในมือนางถือพัดขนนก
นางในตอนนี้ แม้จะล่วงวัยสาวมาแล้ว ทว่ายามขมวดคิ้วหรือแย้มยิ้ม ก็ยังแฝงไว้ด้วยเสน่หาและความอ่อนโยนนับร้อยพัน
แม่เล้าเถาฮวาโบกพัดเบา ๆ มองดูบุรุษใต้เวที แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้มาเจอกับวันดีของหอจุ้ยเซียงของข้าน้อยเข้าแล้ว!"
"แม่เล้าเถาฮวา ก็แค่มีหญิงใหม่เท่านั้น เจ้าอย่ากล่าวคำเกรงใจเลย สู้ให้เราดูโฉมนางน้อยคนนี้เสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า อย่าให้เป็นหญิงอัปลักษณ์แล้วมาเสียเวลาพวกเราเปล่า ๆ!" จู่ ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งในฝูงชนก็ตะโกนขึ้น
