คืนชีพบุตรีภริยาเอก ล้างโคตรตระกูลโหว

บทที่ 5 ถอนหมั้น

8 นาที· 1.8K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ภายในศาลาบรรพชนอันเงียบขรึม มีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษของตระกูลเซี่ย

เบื้องหน้าแผ่นป้ายบรรพชนหนาหนัก สตรีผู้หนึ่งคุกเข่าหมอบอยู่อย่างศรัทธา นางซูบผอมอิดโรย เห็นได้ชัดว่าคุกเข่าวิงวอนอยู่ ณ ที่แห่งนี้เนิ่นนาน

“ฮูหยิน ฮูหยิน นายท่านกลับมาแล้ว!” สาวใช้ชายกระโปรงวิ่งพรวดพราดเข้ามา ไม่ไกลด้านหลังนาง เซี่ยเม่าเซียนกำลังรุดมาอย่างเร่งด่วน

ฮูหยินเซี่ยหันขวับกลับไป เมื่อแน่ใจว่าหูตนเองมิได้ยินผิด นางจึงใช้ทั้งมือทั้งเท้าพยุงตัวขึ้นจากพื้น ขาทั้งสองที่คุกเข่ามาทั้งคืนปวดหน่วงจนแทบทรงตัวมิอยู่ แต่นางก็ยังซวนเซวิ่งไปทางทิศนั้น

เซี่ยเม่าเซียนมองภรรยาผู้งดงามสง่างามเสมอมา บัดนี้กำลังวิ่งมาหาตนด้วยท่าทางอเนจอนาถ จึงรีบสาวเท้าเข้าไปรับ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะถึงตัวกันนั้น ฮูหยินเซี่ยก็เท้าบิดพลิก ทรุดฮวบลงทันที

โชคดีที่เซี่ยเม่าเซียนตอบสนองรวดเร็ว จึงประคองฮูหยินเซี่ยไว้ได้ทัน มิให้นางล้มกระแทกพื้นไป

แม้ยามนี้นางจะอยู่ในสภาพมอมแมมเพียงไร ฮูหยินเซี่ยก็หาได้สนใจตนเองไม่ นางจับมือเซี่ยเม่าเซียนแน่น ดวงตาฉายแววปรารถนาอันแรงกล้า

เซี่ยเม่าเซียนมองความหวังในแววตาภรรยา แต่ก็หลบสายตานางลงโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงค่อย ๆ ส่ายศีรษะ

ความหวังของฮูหยินเซี่ยมลายสิ้นในพริบตา นางกำเสื้อผ้าของเซี่ยเม่าเซียนไว้แน่น แทบสิ้นหวัง “เช่นนั้นท่านก็ออกไปหา ไปหาอีกสิ นางเป็นลูกสาวของเรา ท่านรีบไปหาเถิด!”

เซี่ยเม่าเซียนมองภรรยาที่แทบแตกสลายในอ้อมกอด ใจเต็มไปด้วยความโศกเศร้า กำลังจะเอ่ยปากพูด ก็มีบ่าววิ่งเข้ามา “นายท่าน ตำหนักหย่งอาน ส่งคนมาเยือนขอรับ!”

เซี่ยเม่าเซียนสีหน้าเปลี่ยนไปในทันใด “เมื่อคืนมิได้ส่งคนไปแจ้งแล้วหรือ ว่าวันนี้ทางบ้านข้ามีธุระสำคัญ เรื่องสู่ขอค่อยว่ากันวันหลัง เขาจะมาวันนี้ด้วยเหตุอันใด?”

บ่าวมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อึกอักพูดอะไรไม่ออกสักคำ

“บอกมา!” เซี่ยเม่าเซียนตวาดเสียงกร้าว

คนรับใช้เงยหน้าขึ้นมองฮูหยินเซี่ยที่หน้าซีดเผือด ก่อนจะระมัดระวังเอ่ยว่า “ตำหนักหย่งอานมาแบบ气势汹汹 คล้ายว่า...คล้ายว่าจะมาถอนหมั้นขอรับ!”

ฮูหยินเซี่ยชะงักค้าง จากนั้นขาก็อ่อนยวบ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที

เซี่ยเม่าเซียนรู้สึกเลือดขึ้นหน้า โทสะพลุ่งพล่าน เขาใช้แขนข้างหนึ่งโอบฮูหยินเซี่ยเข้ามาในอ้อมกอด ก่อนแผดเสียงด่า “อ๋องหย่งอานใจดำแท้ ลูกสาวข้าก็บัดนี้ยังไร้วี่แวว เขากลับฉวยโอกาสเช่นนี้มาถอนหมั้น รังแกกันเกินไปแล้ว! วันนี้ข้าจะไปเผชิญหน้ากับเขาด้วยตนเอง ดูซิว่าเขาจะพูดจาให้สมเหตุสมผลได้อย่างไร!”

เซี่ยเม่าเซียนปลอบใจฮูหยินเซี่ยให้สงบลงพลางจูงมือนาง สาวเท้าก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังเรือนหน้า

ทั้งสองเพิ่งมาถึงเรือนหน้า ยังไม่ทันเข้าไป ก็ได้ยินเสียงของพระชายาหย่งอานที่ค่อนข้างไม่น่าฟังดังขึ้น “ข้ารู้ว่าฮูหยินเจ้าไม่สบาย แต่ว่า...เรื่องของข้าก็รอช้ามิได้ เจ้าไปบอกนางเถิด นางย่อมมาเอง!”

“พระชายาทรงพระกันแสงเถิด ท่านลุงกับท่านป้าคงจะร้อนใจเกินไป!” เสียงเซี่ยอวี่รั่วดังแทรกขึ้น “พระชายาทรงรอสักประเดี๋ยว ท่านป้าจะต้องมาพบพระองค์แน่!”

“เรื่องใดสำคัญนัก ขนาดที่ภรรยาข้ายังไม่สบาย พระชายาก็ยังทรงยืนกรานให้ออกมาพบ!” เซี่ยเม่าเซียนผ้าม่านเข้าไป สีหน้าเคร่งขรึมน่าเกรงขาม

องค์ชายรัชทายาทตำหนักหย่งอานคังมู่เจ๋อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ลุกขึ้นยืนในทันที

“ท่านลุง...” เซี่ยอวี่รั่วที่เมื่อครู่ยังนั่งเบียดใกล้พระชายาหย่งอาน รีบร้อนลุกขึ้นคารวะ

เซี่ยเม่าเซียนหันไปหาเซี่ยอวี่รั่วด้วยสีหน้าไม่ดี “เจ้ามาอยู่ที่นี่ทำไม?”

“ข้า...ข้าเป็นห่วงพี่สาวใหญ่ จึงมาดูท่านป้า...” เซี่ยอวี่รั่วก้มหน้า มีท่าทางอันน่าสงสารยากจะสบตา

พระชายาหย่งอานเหลือบมองท่าทีของเซี่ยเม่าเซียน รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง “ท่านแม่ทัพดูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟนัก!”

แม้ในใจฮูหยินเซี่ยจะโศกเศร้า แต่นางก็ยังลูบแขนเซี่ยเม่าเซียนปลอบโยนให้เขาสงบลง ก่อนจะเดินเข้าไป โค้งกายเล็กน้อย “พระชายาทรงอภัยด้วย แม่ทัพเหนื่อยล้ามาทั้งคืน ย่อมมีโทสะแรงกล้าขึ้นบ้าง!”

พระชายาหย่งอานมองใบหน้าหมองคล้ำซีดเซียวของฮูหยินเซี่ย สีหน้าก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย “เรารู้ว่าบ้านเจ้ามีเรื่อง ไม่ได้ตั้งใจจะมาสร้างปัญหา เพียงแต่...”

ฮูหยินเซี่ยมองพระชายาหย่งอาน ไม่พูดอะไร ทำได้เพียงจ้องมองนางอยู่เช่นนั้น

พระชายาหย่งอานถูกจ้องจนรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยปากว่า “เจี่ยนซีถูกโจรลักพาตัวไปนั้น ทั่วทั้งเมืองเปี้ยนจิงล้วนรู้กันไปหมดแล้ว นางหายไปทั้งคืน ถึงพวกเจ้าหานางพบ ตำหนักหย่งอานของเราก็จะไม่มีทางรับสตรีที่มัวหมองแล้วมาเป็นภรรยาเอกเป็นอันขาด เรื่องหมั้นหมายระหว่างสองสกุลเรา สู้...ยกเลิกเสียเถิด!”

“พวกเจ้า...” เซี่ยเม่าเซียนโทสะพลุ่งขึ้น กำลังจะตวาดด่าทอ แต่ถูกฮูหยินเซี่ยยกมือขึ้นห้ามไว้ “พระชายาควรทราบดีว่า ข้อตกลงหมั้นหมายระหว่างสองสกุลเรา เป็นอดีตอ๋องทรงกำหนดไว้ หากพระชายาทรงประสงค์จะถอนหมั้น ก็สมควรจะถวายฎีกาต่อฝ่าบาท มิใช่มาหาพวกเรา!”

“ข้อตกลงหมั้นหมายที่อดีตอ๋องทรงกำหนดไว้ จะยกเลิกก็ยกเลิกได้ง่าย ๆ ที่ไหน!” พระชายาหย่งอานพูดพลางเหลือบไปมองเซี่ยอวี่รั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เดิมทีอดีตอ๋องกำหนดไว้ว่าเป็นบุตรสาวตระกูลเซี่ย ตระกูลเซี่ยพวกเจ้าก็มิได้มีบุตรสาวเพียงคนเดียวมิใช่หรือ?”

เซี่ยอวี่รั่วฟังคำพระชายาหย่งอานจบ ก็ก้มหน้าน้อย ๆ เต็มไปด้วยความเขินอาย

คนที่ยืนอยู่ในห้องนี้ล้วนมิใช่คนซื่อเซ่อ ฮูหยินเซี่ยมองท่าทีของเซี่ยอวี่รั่ว ในใจทั้งโศกเศร้าและโกรธแค้น นางกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นแค้น “พระชายาทรงมีอันใด ตรัสมาตรง ๆ เถิดเพคะ!”

“อวี่รั่วกับมู่เจ๋อของเรา ก็เติบโตมาด้วยกันแต่เล็ก เป็นเด็กอ่อนโยนว่านอนสอนง่าย มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเจ้าไม่สู้...นำสาส์นหมั้นที่อดีตอ๋องทรงทิ้งไว้ มามอบให้อวี่รั่ว ก็ถือว่าเติมเต็มไมตรีของสองสกุลเราได้!” พระชายาหย่งอานดึงมือเซี่ยอวี่รั่วไปจับไว้ด้วยความสนิทสนม กล่าวพลางยิ้ม

ฮูหยินเซี่ยมองเซี่ยอวี่รั่วที่แสดงท่าทีเสแสร้งตรงหน้า รู้สึกเพียงกลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านขึ้นในลำคอ เนิ่นนาน กว่านางจะหันไปมององค์ชายรัชทายาทตำหนักหย่งอานคังมู่เจ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ท่าน世子ก็คิดเช่นนี้หรือ?”

คังมู่เจ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินเซี่ยโดยไม่รู้ตัว ทว่าพอสบกับดวงตาของนาง ก็กลับหลบสายตาหนีในทันที

ฮูหยินเซี่ยมองคังมู่เจ๋อที่แม้แต่จะสบตากับนางยังไม่กล้า ใจเต็มไปด้วยความโศกเศร้าขมขื่น นางหัวเราะเหยียดหยามตนเอง “เราคิดมาแต่ว่า 世子จะเป็นบุรุษที่พึ่งพาได้ มิคาดเลยว่า ถึงกับพูดจาตรง ๆ ก็ไม่กล้า ได้แต่อาศัยบารมีพระชายามาบัง แล้วมาทำตัวเป็นคนขลาดให้คนดูถูก!”

คังมู่เจ๋อถูกฮูหยินเซี่ยพูดตำหนิไม่กี่ประโยคก็อับอายจนหน้าแดงก่ำ เขารวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองฮูหยินเซี่ย กำลังจะเอ่ยปาก ทว่าก็มีบ่าวคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาจากด้านหลัง “ฮูหยิน นายท่าน คุณหนู...คุณหนูกลับมาแล้วขอรับ!”

ฮูหยินเซี่ยที่เมื่อครู่ยังฝืนวางท่าเป็นฮูหยินผู้สูงศักดิ์ รีบทิ้งพระชายาหย่งอานและองค์ชายรัชทายาททันที ซวนเซวิ่งกรูออกไปด้านนอก

คังมู่เจ๋อที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็คิดจะตามออกไป แต่ถูกพระชายาหย่งอานรั้งไว้ “เจ้าจะไปทำอะไร? ต่อให้นางกลับมาแล้วจริง ก็หายไปทั้งคืน นางยังจะเป็นเซี่ยเจี่ยนซีที่ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่อีกหรือ?”

“เสด็จแม่...ต่อให้จะถอนหมั้น ลูกก็ควรไปดูว่านางปลอดภัยดีหรือไม่!” คังมู่เจ๋อผละข้อมือของพระชายาหย่งอานออก แล้วสาวเท้าออกไปข้างนอก

“พี่มู่เจ๋อ!” เซี่ยอวี่รั่วมองคังมู่เจ๋อที่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกใจหายอย่างประหลาด

พระชายาหย่งอานปลอบโยนด้วยการตบมือเซี่ยอวี่รั่ว “อย่ากังวลไปเลย เราก็ไปดูกันเถิด!”

ฮูหยินเซี่ยเดินอย่างเร่งร้อน หลายครั้งเกือบจะล้มลื่น โชคดีที่เซี่ยเม่าเซียนคอยประคองไว้ตลอด นางจึงซวนเซมาถึงประตูใหญ่

หน้าเรือนท่านแม่ทัพ บุรุษผู้หนึ่งยืนไพล่มือหันหลังให้พวกเขา และรอบกายเขา ไม่มีร่างของเซี่ยเจี่ยนซีอยู่เลย

“ท่านอ๋อง?” เซี่ยเม่าเซียนจำอี้จื่อชวนได้เป็นคนแรก

อี้จื่อชวนได้ยินเสียงจึงหันกลับมา เขามองเซี่ยเม่าเซียนและฮูหยินเซี่ยตรงหน้า พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย กำลังจะเอ่ยปาก ก็เหลือบเห็นคังมู่เจ๋อที่ตามออกมาอย่างเร่งรีบ

“世子 วันนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” อี้จื่อชวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ได้ยินว่า世子ผู้เฒ่ามีข่าวดีใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว มิทราบว่า...มาสู่ขอคุณหนูเซี่ยหรือ?”

คังมู่เจ๋อสีหน้าแข็งค้าง ฝืนใจเข้ามาคำนับ ก่อนเอ่ยถามว่า “ข้าน้อยได้ยินว่าเจี่ยนซีกลับมาแล้ว เหตุใดถึงไม่เห็นเจี่ยนซี มีแต่ท่านอ๋องอยู่ที่นี่เล่า?”

อี้จื่อชวนเลิกคิ้ว จากนั้นหันไปหาเซี่ยเม่าเซียน “ท่านแม่ทัพเลี้ยงลูกสาวได้ดีนัก!”

ขณะที่เซี่ยเม่าเซียนยังคงฉงนสงสัยอยู่นั้น ประตูรถม้าที่จอดอยู่ข้าง ๆ ก็ถูกเปิดออก สาวใช้คนหนึ่งเข้ามาประคองผู้ที่อยู่ภายในรถม้า อย่างระมัดระวัง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวออกมา

“เจี่ยนซี!” ฮูหยินเซี่ยก็เห็นใบหน้าซีดเซียวของเซี่ยเจี่ยนซีแต่ไกล

นางรีบวิ่งเข้าไปทันที กำลังจะยื่นมือไปฉวยไว้ แต่ถูกสาวใช้ขัดขวาง “ฮูหยิน คุณหนูเซี่ยได้รับบาดเจ็บอยู่! ท่านเบามือหน่อยเถิด!”

“บาดเจ็บ?” มือที่ยื่นออกไปชะงักค้างทันที “เหตุใดถึงบาดเจ็บ?”

อี้จื่อชวนกวาดตามองคังมู่เจ๋อเรียบ ๆ แล้วกล่าวว่า “เมื่อคืนเสด็จแม่หม่อมฉันถูกลอบสังหาร ต้องขอบคุณเซี่ยกู้เหนียงที่ใช้ชีวิตรับภยันตรายไว้ พระมารดาถึงปลอดภัยดี ฮูหยินเซี่ย ท่านให้กำเนิดหญิงสาวผู้เก่งกล้า!”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com