แม่เล้าเถาฮวาย่อมสังเกตเห็นแววตาของเขาเช่นกัน นางรีบใช้กายบังไว้ “นายท่าน ท่านอย่าได้มองอีกเลย ข้าน้อยบอกท่านตั้งแต่เมื่อครู่ว่า ท่านจำคนผิดแล้ว คนนั้นเป็นโสเภณีชายจากตำหนักอูซานที่อยู่ติดกัน หาใช่คุณหนูคนใดที่ท่านรู้จักไม่ ท่านจำผิดแน่แล้วเจ้าค่ะ!”
ขณะนั้นเอง เสียงที่ยากจะแยกแยะว่าเป็นบุรุษหรือสตรีก็ดังมาจากด้านใน “นายท่าน ให้ข้าออกไป ให้ท่านผู้นี้ได้พิสูจน์เสียหน่อยเถิด!”
น้ำเสียงเฉพาะตัวของคนหนุ่มดังขึ้นเพียงครั้งเดียว สีหน้าของเฮ่อหลานฉือก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
อี้จื่อชวนจ้องมองเฮ่อหลานฉือตรงหน้า “ท่านจะดูจริง ๆ หรือ?”
เฮ่อหลานฉือมองผู้คนที่อยู่ด้านใน ซึ่งเห็นเพียงราง ๆ จากนั้นก็หันไปสบตาอันเต็มเปี่ยมด้วยภัยคุกคามของอี้จื่อชวน สุดท้ายก็ยอมถอยหนึ่งก้าว “ล่วงเกินความสำราญของท่านอ๋อง เป็นความผิดของข้าน้อยพ่ะย่ะค่ะ ค่าใช้จ่ายของท่านอ๋องที่หอนี้ในวันนี้ ให้นำมาลงบัญชีข้าก็แล้วกัน!”
“หากพรุ่งนี้ผู้ใดปล่อยให้ข่าวลือแพร่งพรายออกไปถึงหูข้า ข้ามิรังเกียจที่จะให้หย่งชางโหว ไปนั่งที่ศาลต้าหลี่อีกสักครา!” อี้จื่อชวนเอ่ยจบ ก็ก้าวเข้าไปในห้อง พลางปิดประตูลงอย่างแรง
ประตูปิดลงในทันใดนั้น ก่อเกิดเป็นลมกระโชกแรงพัดปะทะใบหน้าของแม่เล้าเถาฮวา
แม่เล้าเถาฮวามองประตูที่ปิดสนิท รู้สึกเพียงว่าหัวใจของตนแทบจะหยุดเต้น ต้องรู้ไว้ว่า หากช้าไปอีกเพียงนิด เฮ่อหลานฉือย่อมพบว่าผู้ที่อยู่ข้างในเป็นใคร และเมื่อถึงครานั้น หอจุ้ยเซียงของนางจะเป็นที่แรกที่ต้องประสบเคราะห์
“ท่านโหวน้อย ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสิเจ้าคะ!” แม่เล้าเถาฮวารีบเอ่ยปาก “ข้าน้อยบอกกับท่านตั้งแต่เมื่อครู่ว่า นั่นเป็นโสเภณีชายจากตำหนักอูซานที่อยู่ติดกัน แต่ท่านไม่ยอมเชื่อ ดูสิเจ้าคะ!”
เฮ่อหลานฉือมองแม่เล้าเถาฮวาตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นโสเภณีชายจากห้องข้าง ๆ เหตุใดเห็นข้าจึงวิ่งหนี?”
