ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้หรือยืนกรานแม้แต่น้อย
หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างเป็นธรรมชาติ หยิบเหยือกน้ำผลไม้บนโต๊ะเตี้ยขึ้นมา แล้วหยิบแก้วสะอาดใบหนึ่งมารินจนเต็ม
“รุ่นพี่ ดื่มน้ำผลไม้สักหน่อยไหมคะ จะได้พักก่อน ดื่มมากไปแล้วไม่สบายตัวคงไม่ดี”
คุณชายผู้หยิ่งผยองเจอเรื่องขัดใจติด ๆ กัน หากยังเล่นต่อไป อีกฝ่ายคงเริ่มโมโหแล้ว
ถ้าเป็นอย่างนั้น คืนนี้เธอจะได้กลับหรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่อง
แม้เสิ่นหมิงเยว่จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะยอมมอบตัวเร็วขนาดนั้น
ทายาทเศรษฐีเหล่านี้เจ้าชู้เป็นนิสัย เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียอีก
ของที่ได้มาง่ายเกินไป พอเล่นอยู่สักพักก็ชวนให้รู้สึกเบื่อหน่าย
โจวเหยาไม่ใช่คนที่จะปัดให้พ้นได้ด้วยคำพูดไม่กี่ประโยคจริง ๆ
เขาหยิบแก้วเหล้าขึ้นมา ยกขึ้นส่งสัญญาณให้เสิ่นหมิงเยว่ “ได้ เลิกเล่นก็ได้ งั้นรุ่นน้องก็ดื่มสักแก้วสิ ถือว่าดื่มฉลองที่เราได้เจอกันครั้งแรก ดีไหม”
เสิ่นหมิงเยว่จำต้องยกแก้วขึ้นมา ราวกับตัดสินใจอย่างยากลำบาก ก่อนหลับตาจิบไปคำเล็ก ๆ
กลิ่นเหล้าแรงจัดกระแทกปากและลำคอของเธอทันที เธอหันหน้าหนีอย่างกลั้นไม่อยู่ แล้วไออย่างหนัก ขอบตาแดงก่ำในพริบตา น้ำตาจากปฏิกิริยาของร่างกายเอ่อคลอเต็มดวงตา ดูน่าสงสารจับใจ
แมคคัลแลนดีกรีสี่สิบดื่มเพียว ๆ แบบนี้ ยังอุตส่าห์กล้ารินให้เธอดื่มอีกนะ
“ขะ...ขอโทษค่ะ ฉะ...ฉันดื่มเหล้าไม่ค่อยเก่ง...”
เธอโบกมือ เสียงแหบพร่าจากการสำลักเจือความนุ่มนวล ดวงตาชุ่มฉ่ำมองโจวเหยา ก่อนเหลือบมองเย่เสี่ยวอิงราวกับขอความช่วยเหลือ
หางตาของเธอกวาดผ่านสุ่ยเหลียนซงไปด้วย
เป็นอย่างที่คิด ท่าทางเช่นนี้กลับจุดประกายความสนใจอีกแบบขึ้นมา
